คนบาป EP1
โดย…อาทิตย์ สุรทิน
เข้าใจแล้ว… เข้าใจแล้วว่าที่โจนส์ก็พูดมันหมายถึงเรื่องนี้เอง
หล่อนว่า…“เขาเองก็รู้ปัญหา ฉันก็รู้ แต่ก็หวังว่าทุกอย่างมั่นคงจะดีขึ้น ฉันหวังอย่างนี้ หวังว่าปีหน้ามันน่าจะดีกว่าปีนี้ แต่มันก็สองปีสามปีเข้านี้แล้ว ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม” ก็เมื่อต่างรู้ปัญหาว่ามันคืออะไร แล้วไปสร้างปัญหาให้มันเกิดขึ้นทำไม เขาคิดว่าถ้ามีโอกาสเขาก็จะถาม ถามทั้งพี่ภาส และเมียเขานั่นแหละ
แต่ขณะนี้ ไม่มีใครมาพูดอะไรกับเขา พี่ภาสก็แต่เล่าปัญหาให้เขาฟังซึ่งที่ถูกก็เพียงสารภาพให้เขาฟังเท่านั้นเองว่าตัวเองเป็นเกย์ มีประโยชน์อะไรที่มาบอกเขา….แล้วมาบอกเขาทำไม
เป็นไปได้ว่าพี่ภาสอาจจะเครียดจนอยากระบาย แต่ไม่รู้จะระบายให้ใครฟังก็เลย ระบายให้เขาฟัง ซึ่งน่าจะดีกว่าไประบายกับคนอื่น
โดยเฉพาะ…กับคุณพ่อคุณแม่ มันคงไม่ดีนักถ้าไปเล่าความจริงให้ท่านฟัง ท่านอาจทนได้และให้อภัย แต ท่านก็ต้องเป็นกังวลกับสภาพไม่ปกติของลูกชาย
เขาเห็นโจนส์ร้องให้แล้ว ดึงลูกเข้ามากอด หล่อนคงอัดอั้นตันใจกับชีวิตของตัวเอง ของลูกและของผัว…
เขาไปไหนของเขาได้ทุกคืน….
หล่อนรู้อย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองเดาไม่ผิด เขาก็ต้องไปหาผู้ชายเพื่อหลับนอนด้วยกัน…
มันแปลกที่ว่า ทำไมเขาจึงมีอารมณ์ มีความต้องการมากมายนัก….
หล่อนยิ่งเครียด…เครียดกับสภาพชีวิตและการเป็นอยู่ วันๆ ไม่รู้จะพูดจะคุยกับใคร เพราะไม่มีใครจะสื่อสารกับหล่อนได้เหมือนเขา รองลงมาก็คืออาวุธซึ่งก็ไม่ได้อยู่บ้านทั้งวันเหมือนกัน ดีหน่อยที่ตกเย็นยังกลับบ้านและทำให้หล่อนได้มีที่ระบายได้บ้าง…
และหล่อนก็เครียดตามสภาวะธรรมชาติ…หล่อนยังสาว มีเลือดมีเนื้อและมีความต้องการทางเพศ ซึ่งไม่รู้จะไปบำบัดกับใครถ้าไม่ใช่สามี….
ระยะหลังๆนี้ เขาแทบจะไม่ได้ “ร่วม”กับหล่อนเลย เพราะเขาไม่สามารถ “อะซีฟ” และ “เมนเทน” อีเร็คชั่น คือทำให้อวัยวะเพศของเขาแข็งตัวพอที่จะสอดใส่เข้าไปในหล่อนได้….
เขาพยายามแล้ว…ใช้มือทำมาสเตอร์เบชั่นในตอนแรกจนมันแข็งตัวพอที่จะสอดใส่มันเข้าไปในหล่อนได้ แต่ก็ได้ไม่นานมันก็อ่อนตัวลง คือเขาไม่สามารถจะเมนเทน อีเร็คชั่นเอาไว้ได้…..
มันยิ่งทำให้หล่อนเกิดอาการค้างหนักยิ่งขึ้นไปอีก จนรู้สึกปวดศีรษะ
เขาเองก็คิดมาก….หล่อนได้ยินเขาถอนหายใจยาว ขณะนอนหงายเอาแขนก่าย หน้าผากมองเพดานห้อง เงียบอยู่
“ฉันเหงาจังเลย โจนส์บอกกับน้องสามีซึ่งมีโอกาสได้คุยกันตอน อาวุธ…อยากกลับบ้าน” หัวค่ำวันหนึ่ง….
“ผมเห็นใจมันก็น่าจะเหงาหรอก เพราะหาคนคุยด้วยไม่ได้เลย” เขาคล้อยตาม….. “ทำไม่ไม่ลองออกไป ช้อปปิ้งนอกบ้านมั่ง”
“ไป…” โจนส์ยืนยัน “ก็ไปบ้างเป็นครั้งคราว แต่มันก็เท่านั้น ดูอะไรต่ออะไรนึกว่ามันจะช่วยให้หายเบื่อได้ แต่มันก็ช่วยไม่ได้มากนัก จนเดี๋ยวนี้ก็เลยเบื่อจะออกไปไหนแล้ว…เชื่อไหมว่า หนังสือในบ้านตอนนี้ไม่มีเล่มไหนที่ฉันไม่ได้อ่าน และแต่ละเล่มที่อ่านก็อ่านซ้ำอ่านซากหลายต่อหลายครั้ง…” หล่อนหัวเราะ
“จนจะจำได้หมดแล้วว่าหน้าไหนพูดอะไร”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเห็นใจ เขาจำคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ได้ว่า…
“ถ้าลูกว่างก็พาโจนส์เขาไปเที่ยวดูหนังดูละครมั่งก็จะดี หรืออย่างน้อยก็ปลีกเวลาไปคุยเป็นเพื่อนเขาบ้าง สงสารเขา…วันๆ ไม่ได้พูดกับใคร…อยู่กับลูกสองคน พ่อภาสก็เต็มที…ไม่รู้ไปไหนทุกวัน ไม่ดึกไม่ดื่นก็ไม่รู้จักกลับ….เป็นเราเป็นเขาเราก็กลุ้มแทบบ้าเหมือนกัน…”
“ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันไหมครับ…ไปทะเลก็ได้” เขาถามโจนส์ตอนหนึ่งที่หล่อนพูดถึงความเบื่อหน่าย กลัดกลุ้ม และความคับแค้นของหล่อน
“ก็ดีเหมือนกันนะ” หล่อนตอบหลังจากหยุดคิดและมองเขาอย่างซาบซึ้งในน้ำใจที่เขามีให้หล่อนเสมอ… เหมือนสายธารที่ไหลรินผ่านโขดหินและเขาเขินยังความแช่มชื่นและชุ่มเย็นให้กับป่าและสรรพสัตว์ที่ธารสายนั้นไหลผ่านไป
โจนส์ไม่รู้หรอกว่าอาวุธเป็นเพียงลูกเลี้ยงของครอบครัวนี้ ก็เขามิได้มีอะไรผิดไปจากโอภาสมากนัก ทั้งส่วนสัดความสูงใหญ่ของร่างกายกับความหล่อเหลาบนใบหน้า
เป็นแต่เขา…อาวุธดูจะมีความเข้มเป็นชายปรากฏออกมาให้เห็นเด่นชัด…หรือว่าหล่อนมีอคติต่อสามีตัวเอง เพราะหล่อนบังเอิญรู้กำพืดหรือเบื้องหลังของเขา
“อยากไปไหน…พัทยา ศรีราชา หัวหิน หรือชะอำ” เขาถามเบาๆ สุ้มเสียงนุ่มนวล
“แล้วแต่ละที่มันอยู่ตรงไหนกันมั่งล่ะ…ฉันยังไม่รู้จักสักแห่ง” โจนส์บอกเขายิ้มๆ
“ตายจริง…” อาวุธหัวเราะ เวลาที่คุยกับหล่อน เขาใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา “ผมก็ลืมไป เป็นอันว่า ผมตัดสินใจแทนคุณดีกว่า เอาที่ไปเช้าแล้วเย็นกลับ จะได้ไม่เหนื่อยมากนัก”
หล่อนมองหน้าเขา เหมือนจะถามว่าทำไมต้องรีบร้อนเช่นนั้น
“เราไปกันแค่สามคนเอง มีคุณโจนส์ มีต้อม แล้วก็ผม ยังไงก็ต้องกลับจะค้างคืนคงไม่เหมาะ”
เขาอธิบายเหตุผลให้หล่อนรู้เท่านั้น มิได้เสริมต่อในรายละเอียดสำคัญคือหล่อนเป็นหญิง และเขาเป็นชาย ทั้งต่างก็ยังหนุ่มยังสาวด้วยกันทั้งคู่
“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล…ขอแค่ให้ได้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศมั่งเท่านั้น สภาพจิตของฉันคงดี ขึ้น”
หล่อนดูมีชีวิตชีวาขึ้น ทันทีที่รถแล่นออกสู่เส้นทางไปยังที่หมาย
ภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสองข้างทางที่รถผ่าน…หล่อนได้เห็นทุ่งโล่ง ได้เห็นดงเลาที่มีดอกสี ชาวพลิ้วลม ได้เห็นทิวเขาไกลๆ… มันช่วยปลดหล่อนให้หลุดจากพันธนาการทางความคิดและความกังวล ต่างๆ ไปได้บ้าง
เมื่อหล่อนหันมามองหน้าเขา…ผู้ชายคนที่ขับรถพาหล่อนไปโน่นไปนี่อยู่เสมอ… ใบหน้าที่มองตรงของเขาอันมีโครงสร้างที่งดงามไม่ต่างจากพี่ชายสักเท่าไหร่ ก็หันมาหาหล่อนแล้วยิ้มให้…เผยให้เห็นฟันขาวเป็นระเบียบใต้ริมฝีปากสวย ก่อนจะหันกลับไปดังเดิม…
“คุยมั่งซีฮะ…ทำไมเงียบไป” เขาพูดเบาๆ… “หรือว่ากำลังคิดถึงอะไรอยู่”
“เปล่าค่ะ…” หล่อนตอบ… “หรือหากจะคิดถึง ก็คิดถึงความกรุณาของคุณ”
“ไม่เอาน่า” เขาบอกเสียงทุ้มแฝงไว้ด้วยความเมตตา “ผมพอใจที่จะพาคุณกับหลานมาเที่ยว”
“โดยไม่ใช่หน้าที่ของคุณสักนิด”
“ทำไมจะไม่ใช่…ก็เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน” เขาหันมาบอกหล่อน นัยน์ตาทั้งคู่นั้นดูอบอุ่นและเปี่ยมไว้ด้วยความเข้าใจ เห็นใจ…
หญิงสาวหลบตาเขาลง และมองไปที่พวงมาลัยรถที่เขาจับกระชับอยู่….
มือเรียวยาวและใหญ่ทว่าได้รูปคู่นั้นดูสะอ้านตา และมีไรขนสีดำประดับอยู่พองาม…
เส้นขนตำที่หลังมือของเขา กับเสียงทุ้มนุ่มอันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ชายทำให้หล่อนเริ่มอ่อนไหว….
ธรรมชาติของสัตว์ตัวเมียบอกหล่อนว่า เขาคือเพศผู้ที่สามารถให้ความสุขแก่หล่อนได้ ให้ความคุ้มครอง หล่อนได้…
นานแล้ว… หลายเดือนหลังจากเดือนแรกที่เขาสามีของหล่อนพาหล่อนมาเมืองไทย หล่อนไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นผู้ชายของเขาเลย แม้เขาจะพยายาม แต่มันก็ไม่สำเร็จ…
หล่อนต้องพึ่งตัวเองตามกรรมวิธีที่เรียนรู้มา…แรกๆ ก่อนที่หล่อนจะรู้จักกับการมีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงกันข้ามมันก็ลุล่วงไปด้วยดี ช่วยเปลื้องความเครียดให้ กับหล่อนได้ แต่หลังจากนั้น…หลังจากที่รู้รสชาติของการร่วมรสกับผู้ชายแล้ว มันช่วยหล่อนได้เพียงครึ่งๆ กลางๆ เท่านั้นเอง….
หล่อนพยายามใช้จินตนาการขณะปฏิบัติการ แต่มันก็ทำได้ไม่เต็มที่ อะไรจะมาทดแทนของจริงที่ธรรมชาติกำหนดไว้ให้
หล่อนระบายลมหายใจแรง และเริ่มหงุดหงิด มัน เกิดมาจาก “กำหนัด” ที่หล่อนต้องซ่อนเร้นไว้และไม่ได้ปลดปล่อยเท่าที่ควร….
“เป็นไรไปคือ คุณโจนส์…”
เสียงยาวุธถามเบาๆ…
“เปล่า…” เสียงของหล่อนเกือบห้วน
“แน่ใจนะ” เขาย้ำ
(อ่านต่อ EP2)






