คืนฟ้าคลั่ง EP1

คืนฟ้าคลั่ง EP1

โดย…. ร่มฉัตร

ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบห้าปีนั่งดื่มน้ำอัดลมที่ปากซอยเข้าบ้าน เสีย วิพากษ์วิจารณ์กับข่าวฮือฮานี้ดังขึ้นเป็นช่วงๆ ภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกคาดหน้าปรากฏในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ชื่อก้องไม่จำเป็นที่เขาจะอ่านข่าวนั้นหรอก เพราะคำวิจารณ์ของคนมันให้สีสันได้สะใจพอดูอยู่แล้ว
“มันทำได้ลงคอ เด็กอายุแค่สิบสองสิบสามเท่านั้นเอง อยากถามมันจริงๆ พับผ่า สิ…มันเป็นคนหรือว่าสัตว์กันแน่วะ” ถ้อยคำหนึ่งในบทสนทนาเป็นไปอย่างดุเด็ด เผ็ดมัน
ชายวัยกลางคนคนเดิมจ่ายเงินค่าน้ำอัดลมให้กับคนขาย และเดินออกนอกร้านไป โดยไม่ไยดีกับคำพูดใดๆ ของนักวิจารณ์นอกสังเวียน ใครล่ะ…จะรู้เรื่องนี้ดีเกินไปกว่าเขา เขาอยากถามคนพวกนั้นเหมือนกันว่า ถ้าผู้ชายอย่างเขาวัยอย่างนี้ คุณสมบัติแบบเขานี้ จะมีคนเชื่อมั้ยว่าเขาคือเจ้าวายร้ายเป็นพวกโรคจิตวิปริตทางเพศ
ตราบเท่าที่คนยังฝังความเชื่อแบบดั้งเดิมที่ว่า เจ้าวายร้ายเป็นพวกแสดงออก จากกิริยาภายนอก เขายังมีโอกาสพรางตัวเองได้ เขายังมีโอกาสที่จะมีอะไรกับเด็กๆ อย่างที่ใจส่วนลึกของเขาต้องการได้
เหยื่อ….เขานึกถึงเหยื่อวัยสิบสา เมื่อคืนนั้นไม่ใช่เหยื่อรายแรกสำหรับเขาหรอก เขายอมรับว่า มันเป็นความสุขสำหรับเขาในการเป็นผู้ให้ เหมือนที่ใครคนหนึ่งเคยให้เขาได้รับรู้รสชาติของชีวิตแบบนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีล่วงมาแล้ว
ค่ำคืนนั้น เขาพยายามรำลึกถึงฉากตอนแห่งความหลังบางตอนเหมือนเลือนลาง บางตอนกลับเด่นชัด สลับกันไปมาเช่นนี้
แต่ทุกฉากตอนกลับชัดเจนมากขึ้นเมื่อเขาเริ่มสัมผัสกับความอ่อนเยาว์ของเด็ก ผู้ชายสักคน ยามที่เขาใช้มือทีกร้านจากงาน ลูบไล้เรือนผมและละไล่สู่บ้าไหล่และเรือนแขนประดุจดังสายฝนที่ชะโลมลงบนผืนดินที่แห้งผากอันพร้อมจะดูดซับความชุ่มชื้น ฉะนั้นเมื่อเขาพรมจูบลงที่เรือนร่างของเด็กชาย เสมือนหนึ่งแมลงที่ เล็มเอาความหวานของดอกไม้ ดอกแล้วดอกเล่าที่เขาเล็ม และกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย และทอดทิ้งมันอย่างไม่ไยดีอีก
เช่นเดียวกับเด็กบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ ดอกไม้สำหรับภมรอย่างเขา เมื่อคืน เขานึกถึงข้อความข่าวที่พวกนักวิจารณ์นอกสังเวียนบอกว่า “เด็กมันคงเจ็บจนทนไม่ไหวนั่นแหละ ถึงได้เดินโซชัดโซเซออกมาล้มลงที่ข้างทาง พอคนพาส่งโรงพยาบาลนั่นแหละถึงได้รู้ว่าเด็กมันโดนไอ้พวกใจสัตว์ข่มขืนทางตูดเอา” “เดือนนี้เหยื่อที่รายแล้วล่ะที่ไอ้เหี้ยตัวนี้มันทำลายขยำขยี้”
เขาอยากจะหัวเราะ….หัวเราะให้มันดังๆ กับความงี่เง่าของคนไทยในพ.ศ.นี้ หัวเราะครั้งแรก มอบให้กับสิ่งที่ใครเข้าใจว่าเป็นความเจ็บปวด เจ้าเหยื่อตัวนั้นไม่ได้ล้มลงเพราะความเจ็บปวดที่ก้นเพราะถูกเขาโถมกายชำแหละซอกลับหรอก แม้จะเจ็บบ้างมันก็มีความสุขมิใช่หรือก่อนที่เขาจะเดินทางจากมา เขาโถมตัวลงที่เนื้อของเจ้าเด็กชายนั่นอีกครั้ง นั่นเป็นการอำลาที่ไม่ได้บอกกล่าวอย่างเป็นทางการกับเงินจำนวนหนึ่งที่วางอยู่บนเตียงนอนของโรงแรมแห่งหนึ่ง หัวเราะครั้งที่สอง…กับการที่มีเด็กถูกข่มขืนมากขึ้น ข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ต้องเป็นฝีมือของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นหรือ เขายืนยันได้เลยว่าเหยื่อของเขาตกเป็นข่าวเพียงรายเดียวเท่านั้น เด็กคนอื่นๆก่อนหน้านี้ที่ปรากฏเป็นข่าวไม่ใช้ฝีมือของเขาแน่นอน
โถม…โถม…โถม… มันปลดเปลื้องความเครียดของงานและความกดดันแต่หนหลัง ความกดดัน…ทุกครั้งที่มันเข้ามาวนเวียนในสมอง เขาต้องวิ่ง…วิ่งไปหามัน ภาพนั้นเริ่มปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว
คืนฝนพรำ…เขาจำได้ทุกสิ่ง เหมือนรอยประทับตราที่เขามิเคยลืมและเลือน คืนที่เขาหนาวสั่นเดียวดายในบ้านที่ไร้ผู้คน พ่อคงอยู่ในบ่อนไพ่เหมือนทุกคืน แม่คงวุ่น อยู่กับงานราตรีสโมสรเช่นเคย ลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่วัยสิบสามปีที่พร่ำหา ความอบอุ่นอย่างโหยหวนในบ้านเพียงคนเดียว เขาว้าเหว่และว้าวุ่นใจจนถึงขีดสุด น้ำตาหยาดแรกไหล่หลั่งและเอ่อทันมากขึ้นๆ จนเหมือนระลอกคลื่นริมฝั่ง วินาทีที่เสียงสะอื้นใกล้แตก เขาได้ยินเสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้น ความฉับไวโดยสัญชาตญาณ ทำให้เขารีบเขี่ยผ้าห่อจากปลายเท้าขึ้นคลุมโปง ปิดปากเงียบ ตาหรี่หลับ สะกดเสียงสะอื้นมิให้ลอดออกจากลำคอ
บรรยากาศในห้องนอนเงียบกริบ ทุกสิ่งไม่ไหวติงราวต้องมนต์สะกด แสงไฟสีเรืองแดงจากโคมบนโต๊ะหัวเตียงสาดไล้ผ้าห่มที่ห่อคลุมร่าง เสียงฝีเท้ากระชั้นชิดใกล้เข้ามาทุกขณะและหยุดลงใกล้เคียงกับตัวเขา เขารู้สึกว่ามีมือหนึ่งค่อยๆ ดึงผ้า คลุมนั้นออก ความกลัวทำให้เขาหลับตาปี๋ เหงื่อโทรมเต็มร่าง เมื่อผ้าถูกปลดออก จนถึงไหล่ของเขา เขาไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา ความกลัวเพียงประการเดียวที่ทำให้เขาเกือบจะลืมแม้ลมหายใจของตัวเอง (อ่านต่อ EP2 ตอนจบ…)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *