เรื่องที่ก่อเอง
โดย….. ปีเตอร์ มาร์ค
ท้องฟ้าวันนี้ช่างดำทะมึนเหลือเกิน หมู่เมฆสีดำค่อยๆ ลอยมาใกล้ผืนทะเล ลมแรงต่างช่วยกันกรรโชกอย่างต่อเนื่อง พัดพาเกลียวคลื่นให้ซัดสาดฝั่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่นานนักฝนก็ปรายโปรยละอองจนทั่วหาดทราย
แม้มันจะหนาวเยือกเย็นเพียงใด แต่หากจะว่าไปแล้ว ในใจของผมคงได้รับความเย็นชาเหน็บหนาวมากกว่านั้น หากมิใช่โทนี่คนรักที่ครองความหวานชื่นดูดดื่มตลอด 5 ปี ได้สลัดรักฉันไปอย่างไม่มีเยื่อใยไมตรีทำให้ผมต้องกลับมาที่ไมอามี่ บ้านเกิดของผม และที่ที่ได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก
วันนั้นจำได้ว่า สะดุดตากับหนุ่มหล่อผมทอง ผิวสีแทน กำลังเล่นน้ำคนเดียวอย่างเอาเป็นเอาตาย และด้วยความที่ถือว่าตัวเองเป็นเจ้าถิ่น หรือด้วยความสนใจในหุ่นล่ำสันนึกยืนปานกามเทพกรีก ก็ว่าได้ อย่างไหนก็ชักไม่แน่ใจที่ชักนำเท้าคู่นี้ให้เดินตรงไปหาเขาอย่างไม่กระดากอาย ก็ขอเพียงแต่ไต่ถามให้คลายความสงสัยเท่านั้น ว่าทำไมถึงได้มาเล่นน้ำอยู่ได้คนเดียว ทั้งๆ ที่ฝนกำลังตั้งเค้าว่าต้อง ตกลงมาอย่างหนัก และคนอื่นๆ ต่างก็รีบกลับที่พักกันหมดแล้ว
“มองหาท่าอะไร ไม่เคยเห็นคนเล่นน้ำหรือไง” นั่นคือประโยคแรกที่เขาทักทายผม ท่าเอาถึงกับผวะไปเล็กน้อยแต่ก็มิวายตอบโต้ว่า “คนเล่นน้ำหน่ะเคยเห็น และท่าเล่นน้ำหน่ะไม่เคยเห็น” ว่าแล้วผมก็สะบัดหน้าเดินกลับไปทันทีพาลนึกด่าในใจ ไอ้บ้าหน้าตาก็ดีแต่ มิน่านรกส่งมาเกิดอย่างนี้เลย
ขณะที่เดินหันหลังกลับนั่นเอง ปรากฏว่าโทนี่ได้วิ่งตามมาพร้อมกับผลักผมล้มลงอย่างเต็มแรง จากนั้นฉากการชกต่อยกันเริ่มต้นทันที “มีหรือที่คนอย่างผมจะยอม” ในที่สุดผมก็ต้องยอมแพ้กับความบ้าระห่ำของเขา เพราะหน้า
ตาของเขาทั้งคู่ต่างปูดบวมเพราะแรงกระแทกอย่างรุนแรง ผมไม่ยอมพูดอะไรกับเขาสักคำ นอกจากจะพยายามกระเสือกกระสน ลากสังขารกลับบ้านตัวเอง…
โดยไม่แยแสสนใจเขาสักนิด
“เดี๋ยวก่อนคุณ ผม ขอโทษ” โทนี่เอ่ยออกมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกริยาใดๆ จากผมท่ามกลางฝนที่ตกกระหน่ำอย่างไม่ ลืมหูลืมตา เหมือนจะชะล้างความเดือดพล่านในใจของผมให้ลดน้อยลง
ดึกแล้วฝนก็ยังไม่มีทีท่าจะซาเม็ดลงไปสักนิด ไม่น่าเชื่อว่ายามมองสายฝนผ่านกระจกหน้าต่างใสแล้วตัวจะดูสวยงามขนาดนี้ความเงียบเหงาทำให้นึกถึงหนุ่มนั้นทันที “ได้บ้านั่นป่านนี้มันจะเป็นยังไงนะ” เอ๊ะ….แล้วทำไมเราต้องไปนั่งนึกถึงไอ้ตัวห่านั่นด้วยเล่า พลันสายตาเหลือบไปเห็นชายสูงกำลังยืนหนาวสั่นตรงหน้าบ้านนั่นเอง ปากเขาซีด เผือกราวกับกระดาษขาว
“ช่างเขาสิ…สมน้ำหน้า…ดันมาต่อยเราก่อนทำไม” ผมอดฉุนขึ้นมาอีกไม่ได้ แต่ในใจทีพลันนึกสงสารเขาขึ้นมาอย่างจับใจ แล้วหากเขาเป็นอะไรเล่าจะทำไงดี โอ๊ย…ตายละผมเป็นห่วงเขาเข้าให้แล้วหรือ เอ้า… จะเข้ามาหรือเปล่า ไม่เข้าก็ไม่เป็นไรนะ แต่ไม่อยากเห็นใครมาตายหน้าบ้านเดี๋ยวต้องไปให้การที่สถานีตำรวจอีก แค่นั้นล่ะโทนี่ก็เดินตามเข้ามาอย่างว่าง่าย
“ยังโกรธผมอยู่หรือ”
ไม่มีเสียงตอบใดๆจากปากผม นอกจากจะไปเร่งฮีตเตอร์ให้อุณหภูมิสูงขึ้น พลางเดินไปหาเครื่องดื่มร้อนๆให้เขา “เอ้า ผ้าขนหนู แล้วนี่เสื้อผ้า รีบเปลี่ยนซะ”
เท่านั้นเอง เขาก็รีบจัดการถอดเสื้อผ้าที่แนบเนื้อรัดสัดส่วนมัด กล้ามเนื้อ ที่สวยงามของเขาออกทันที ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่มีความ กระดากอาย คนที่เขาไม่รู้จักถึงเพียงนี้ ก็แน่นอนละ คนอย่างเขาเลยกลัวใครที่ไหนบ้างเล่า
“ขอบคุณครับ” โทนี่พูดพลางจัดการตัวเองไปเรื่อยๆ “เออ… ไม่ทราบว่าคุณชื่อ… ส่วนผมโทนี่ครับ”
เงียบ… ยังไม่มีเรื่องใดๆ หลุดลอดออกมาจากปากผมแน่นอน
“ยังโกรธผมหรือครับ งั้นก็ขอโทษอีกครั้งละกัน อยากจะฟังอะไรจากผมบ้างหรือเปล่าล่ะ”
โธ่… คนบ้า อยากจะหาเรื่องเข้าตัวแล้วยังมีหน้ามาให้เราตอบว่า ต้องการฟังเรื่องของเขาหรือเปล่า
“คือ… ผมกำลังผิดหวังจากคนรักอยู่ ทีนี้พอคุณเดินมาแถวนั้น ผมก็เลยพาลหาเรื่องทันที”
“แล้วไงล่ะ เห็นผมเป็นที่ระบายอารมณ์ของคุณหรือไง อีกอย่างผมก็ไม่อยากฟังเรื่องอะไรของคุณทั้งนั้น”
“ปากดีอีกแล้วนะ ดีล่ะงั้นผมจะบังคับให้คุณเป็นที่ระบายอารมณ์ของผมซะเลยละกัน”
ว่าแล้วโทนี่ก็กระโดดเข้าล็อคแขนผมทันที จากนั้นปากเขาก็ประกบปากผมทันที พร้อมกับซุกไซร์ไปตามซอกคอ ใบหูไปเรื่อย เลยทำเอาอารมณ์ผมกระจัดกระจายไปอย่างว่าไม่ได้ ก็ผมแอบชอบเขาตั้งนานแล้วนี่
พอเขาเริ่มเห็นผมไม่มีท่าทีที่จะขัดขืน ก็เลยจัดการให้ผมแน่ ในตอนนั้นสายตาผมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเขินอาย แล้วเขาก็ใช้ลิ้นลากสัมผัสตั้งแต่หัวนมไหลเรื่อยต่ำลงมาจนถึงท่อนทวนของผม พยายามซุกหน้าไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนมือเคล้นตรงหน้าอกผมตลอดเวลา เล่นเอาครางจนไม่เป็นศัพท์
สักพักผมก็เอามือไปจับของโทนี่บ้างไม่น่าเชื่อของเขาจะใหญ่มาก ไม่ต่ำกว่า 9 นิ้วเห็นจะได้ ผมเลยต้องเคล้นคลึงอย่างสะใจ
“ชอบหรือเปล่า” โหนี่อดถามไม่ได้
“ไม่ชอบแล้วจะจับหรือ”
ตอนนี้ผมแทบจะเกือบถึงจุดไคลแมกซ์ให้ได้ มือสั่นใจสั่นเต้นแรงไปหมด อยากให้เขาเร่งจังหวะมากกว่านี้ ติดที่ว่าเรายังไม่ถอดเสื้อผ้ากันสักชิ้นเลย
หลังจากจัดการสิ่งพันธการออกไปหมด โทนี่ก็ตรงมากอดจูบผม ใช้ลิ้นแหย่เข้ามาในปากตอนนั้นผมรู้สึกสยิวอย่างสุดขีด ผมใช้มือคลึงของเขาเป็นการใหญ่ จัดการชักเข้าออกอย่างรุนแรง แล้วก็เลื่อนตัวลงใช้ปากกับเขา
“โอ้โห…มันช่างน่าดูดอะไรอย่างนี้” ทั้งริมฝีปากดูด ขบ สิ้นรัด เป็นระวิง จนเขาเกร็ง เลยเปลี่ยนมาเป็นโลมเลียลูกบอลล์แทน จากนั้นก็ใช้ขาอ่อน เลื่อนขึ้นมาถึงท้องน้อย เขาครางเบาๆ พร้อมกับกดหัวผมลงไปหาส่วนนั้น แล้วพูดว่า
“ดูดให้หน่อยสิ เร็วสิเสียวมากเลย ทนไม่ไหวแล้ว”
ผมจึงอ้าปากครอบส่วนนั้นทันที ของเขาใหญ่คับปากทีเดียว ผมอมส่วนหัวเริ่มดูดเบาๆ และใช้ลิ้นเลียไปตลอดท่อนลำ ตัวเขาสั่นสะท้านมือจับหัวผมแน่นคลึงหัวผมไปมาจนเจ็บ พร้อมกับครอบปาก ลงไปอีกครั้ง เขาเลยจับหัวผมกดพร้อมกับเสือกมันเข้ามาจนสุดด้าม มันจุกแน่นตรงคอหอยเกือบสำลัก แล้วใช้ปากรูดเข้ารูดออกลึกๆ เขาก็กระเด้งกันพร้อมกับกดหัวผมแน่น เสียงกระแทกดังพลุบพลับ ปากก็ร้องซี้ดซ๊าดตลอดเวลา สักพักก็ร้อง
“โอ๊ยจะเสร็จแล้วรีบหน่อย กินน้ำของผมด้วยนะ”
เขาซอยถี่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมอัดกระแทกท่อนทวนของเขาจนลึกมิดด้ามเลย ฉีดน้ำรักพุ่งลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า รู้สึกว่ามันมากมายเหลือเกิน ด้วยความที่เขาไม่ยอมเอามันออก ผมก็เลยต้องกลืนจนหมด จากนั้นเขาก็จัดการถ่างขาผมออกทันที จับเจ้านั่นสอดใส่พร้อม กับโยกเบาๆ แล้วถี่ขึ้น ทำเอาผมงงมาก เพราะเขาเพิ่งจะเสร็จไปเมื่อสักครู่นี่เอง
“ไม่เป็นไรหรอก ผมหน่ะฟิตอยู่แล้ว ต่อเกมส์สองได้เลยล่ะไม่ ต้องห่วง”
โทนี่เร่งจังหวะเร็วขึ้น ทำให้ผมเสียวอย่างบอกไม่ถูก มือขวาเขาก็จับอาวุธของผมกระแทกตามไปด้วยโทนี่โยกตามด้วยความมันถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะไม่เป็นจังหวะ ส่วนผมก็ร่อนก้นสวนท่อนทวน 9 นิ้ว อย่างไม่ย่อท้อแล้วน้ำรักของโทนี่ ก็ทะลักเข้าสู่ประตูหลังผม เขากดเต็มที่เพื่อให้ ความยาวนั้นหายมิดด้าม ทำเอาผมต้องพุ่งน้ำ รักตามออกมาอย่างรุนแรง จนเราสองคนต้องนอนหอบเหนื่อยอ่อนอย่างรุนแรง ต่างนอนสลบสไลไปโดยไม่รู้ตัว
แทบไม่น่าเชื่อว่า เหตุการณ์นั้นจะผ่านพ้นไปแล้วถึง 5 ปี ที่เราไม่เคยทะเลาะกันเลย ที่เราต่างรักกัน ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจมาตลอด แต่แล้วโทนี่… ทำไมเธอต้องเอาความเชื่อใจที่ผมมีให้มาทำลายผมด้วย… ทำไม
แม้ว่าผมจะขอร้องให้เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่คุณก็กลับปฏิเสธอย่างสิ้นเยื่อขาดใย คุณเชื่อหรือเปล่าว่า ท้องฟ้าในวันนี้ช่างเศร้าหม่นหมองอย่างที่คนทะเลอย่างผมไม่เคยเห็นมาก่อน..จริงๆ
แต่ช่างมันเถอะ เพราะถึงยังไงเรื่องนี้ก็เริ่มต้นจากที่เราไปหาเขาก่อนเอง ไปรักเขาก่อนเอง และไปไว้ใจเขาเอง และยังไงมันก็จบลงไปแล้ว ถึงฟ้าวันนี้แม้มันจะหม่นหมอง แต่พรุ่งนี้ก็ต้องสว่างสวยงามสดใสเหมือนเคย ไม่ใช่หรือ
ขอให้ใจผมเป็นอย่างนั้นในเร็ววันด้วยเถิด…






