คนบาป EP2 (ตอนจบ)

คนบาป EP2 (ตอนจบ)

โดย…อาทิตย์ สุรทิน

เขาว่า…ความสงสารคือรากฐานของความรัก นักจิตวิทยาเคยวิเคราะห์ลักษณะจิตของมนุษย์รวมๆ ว่าคนทุกคนล้วนมีความหลงตัวเองแฝงอยู่ในจิตใต้สำนึก พ่อแม่จะรักลูกคนที่เข้าหาตนเองมากกว่าลูกที่ไม่เคล้าเคลียก็เพราะลูกคนนั้นให้ความสำคัญต่อพ่อแม่เป็นพิเศษ ดูด้วยสายตาชาวบ้านก็จะเห็นว่าพ่อแม่รักลูกช่างประจบ ซึ่งก็คือการสนองตอบทางจิตอันเป็นปกติของมนุษย์ทั่วไป และกับความจริงที่ว่า เรารู้สึกต่อคนอื่นเช่นไร คนนั้นก็จะรู้สึกเช่นเดียวกันกับที่เรารู้สึกต่อเขา….
ความรู้สึกสนใจในเนื้อหนังเริ่มก่อขึ้นในใจของอาวุธ เขาเริ่มเห็นความสวยงามของทรวดทรงของโจนส์ และก็เห็นว่ามันออกจะเย้ายวนใจมากทีเดียว มันเกิดขึ้นหลังความใกล้ชิดสนิทสนมที่ได้พูดคุยกันมากขึ้นและต่างก็ได้เห็นเนื้อหนังของกันและกันมากขึ้น
ก็เพราะผู้ชายที่เป็นสามีละเลยต่อหน้าที่ ที่เขาพึงปฏิบัติกับหล่อน มันจึงทำให้โจนส์เกิดความรู้สึกโหยหาความเป็นผู้ชายจากเพศตรงกันข้ามเหมือนคนหิว
อาวุธดีกับหล่อนทุกอย่างเอาอกเอาใจเสียยิ่งกว่าสามี และที่มองข้ามไม่ได้อย่างหนึ่งคือ….ในขณะที่หล่อนมีอาการโหยหิวขนาดแสบท้องนั้น เขาก็ช่างเป็นอาหารที่ล่อตาล่อใจอะไรอย่างนั้น
ความอยากที่จะได้เจอหน้ากันเพื่อเป็นเพื่อนคุยแก้เหงา กลายมาเป็นความโหยหาที่อยากชิดใกล้…
และเมื่อเขาอยู่ใกล้ หล่อนก็อยากสัมผัสเนื้อหนังที่บอกความเข้มแข็งและแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยธาตุของสัตว์เพศผู้ของเขาจนเนื้อเต้น
แต่เขาก็ยังไม่มีท่าอะไรที่จะบอกให้หล่อนรู้ว่า เข สนใจหรือต้องการหล่อน
หล่อนเป็นผู้หญิง…จะให้หล่อนเป็นฝ่ายเริ่มกับเขา โดยเขาไม่มีท่าทีเสนอมาเลยได้อย่างไร… ถึงตอนนี้ โจนส์แทบว่าจะหมดความสนใจในโอภาสไปเลยทีเดียว จริงอยู่ว่าหล่อนเคยรักเขา…..มันก็เริ่มมาจากความสงสารที่หล่อนเห็นเขาว้าเหว่และเสนอตัวเข้าไปเป็นเพื่อน…
หล่อนไม่รู้เลยว่า เขากำลังต่อสู้เพื่อเอาชนะควา เป็นผู้หญิงที่มีอยู่ในตัวเขา…เขาเคยเจ็บปวดมาแล้วกัน การรักผู้ชายด้วยกันเอง เคยถูกทอดทิ้งและเคยตกที่นั่ง ม่ายผัวหนี…เขาออกจะเข็ดเขี้ยวกับความสูญเสียที่มันแทบทำให้เขาหมดความเป็นผู้เป็นคนมาแล้ว อย่างชนิดคิดจะหันหัวเรือออกนอกทางเดินเดิม
หล่อนก้าวเข้ามาในชีวิตเหมือนเทวดาช่วยสงเคราะห์ให้เขาได้มีโอกาสพิสูจน์หรือทดสอบความเป็นผู้ชายของตัวเอง
ก็ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะตัวเอง เขาพยายามปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง พยายามตัดความสนใจในเพศเดียวกันลง และเพ่งสมาธิอยู่กับเพศจริงของตัวเองและความเป็นผู้หญิงของโจนส์…
เขาทำสำเร็จ…เขาสามารถทำให้อวัยวะเพศของเขาแข็งตัวได้ เมื่อเขากอดและจูบหล่อน
โอภาสรู้สึกลิงโลดอย่างที่สุด…เขาชนะแล้ว….

“โจนส์… ผมรักคุณ คูนเป็นทุกอย่างในชีวิตของผม”
จะเป็นเพราะค่านิยมหรือความไม่สู้เคร่งครัดต่อจารีตประเพณี หรืออาจไม่ได้ตีค่าความสำคัญของพรหมจารีย์มากเท่าผู้หญิงไทย หล่อนกับเขาก็ได้กันในเวลา อันรวดเร็ว หล่อนได้กับเขาในท้องบนหอพักนักเรียนหญิงที่หล่อนพักอยู่
และหลังจากนั้นเขาก็แวะเวียนมา “ร่วม”กับหล่อนอยู่บ่อยๆ ซึ่งที่สุดก็เกิด “ต้อม” หรือเด็กชาย “ทอม” ออกมาหลังจากตัดสินใจแต่งงานกัน
หล่อนคิดไม่ถึงหรอกว่า เรื่องมันจะมาลงเอยด้วยความจริงที่หล่อนค้นพบภายหลัง
เขาใช้หล่อนเป็นเครื่องมือพิสูจน์ธาตุแท้ของความเป็นผู้ชายของเขา ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีเพียงอวัยวะเพศกับรูปกายเท่านั้นเอง แต่จิตใจและรสนิยมของเขาเป็น อย่างเดียวกันกับหล่อน…..
เป็นการค้นพบที่ออกจะสายไปหน่อย เพราะอย่างไรก็ดี เขาก็ทำให้ต้อมเกิดขึ้นมาดูโลกและเป็นพยานยืนยันความเป็นผู้ชายที่ยังมีซ่อนเร้นอยู่ในหลืบ หรือซอกมุมเล็กๆ ที่อยู่ลึกแสนลึกของเขาได้สำเร็จ… ซึ่งยังไม่มีอะไรยืนยันได้เลยว่าเขาจะทำครั้งต่อไปได้สำเร็จ อีกหรือเปล่า….
หล่อนเห็นว่าเขาพยายาม…พยายามอย่างมากแต่เขาก็ไม่สามารถจะประคับประคองให้มันตลอดรอดฝั่งไปได้
ก็เห็นที่จะต้องปล่อยเขาไปตามทางของเขา หล่อน จะฝืนธรรมชาติของสัตว์บกให้กลายเป็นสัตว์น้ำ หรือสัตว์น้ำให้มี ชีวิตอย่างสัตว์บก แม้กระทั่งสะเห็นน้ำ สะเทินบกให้มีธรรมชาติเป็นอย่างหนึ่งอย่างไดได้อย่างไร…
หากจะมีอะไรให้ตำหนิ…หล่อนก็ขอตำหนิเขาที่ไม่น่าฉุดให้หล่อนต้องตกลงมาสู่บ่วงกรรมอันนี้เลย….
เขาไม่รู้หรือว่าหล่อนเองก็ทรมาน ต้องทนทุกข์อยู่กับความต้องการทางธรรมชาติของตนเองที่หาทางระบายออกไม่ได้
การมีเขา…มีลูกค้าอยู่เช่นนี้ เหมือนมีรั้วกั้นทางโล่งให้กลายมาเป็นทางตันอย่างปฏิเสธความจริงไม่ได้
และมันก็น่าจะเป็นความผิดของเขาด้วยที่ทำให้หล่อนได้รู้จักรสรักอันเกิดจากการร่วมเพศ ซึ่งแตกต่างจากการทำอัดกามกิริยา หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมันต่างกันเหลือเกิน…..ต่างอย่างทดแทนกันไม่ได้ นับตั้งแต่วันนั้นมา อาวุธไม่มีโอกาสได้พบปะกับ โอภาสจัง ๆ อีกเลย เขารู้แต่ว่าพี่ชายกลับดึกติดๆ กันหลายวัน บางวันก็ไม่กลับบ้าน
ลำพังเพียงการกลับดึกเขารู้ดีอยู่แล้วเพราะทุกครั้งที่เขาแยกกลับขึ้นเรือนใหญ่ตอนเกือบสามทุ่มโอภาสก็ยังกลับไม่ถึงบ้าน
ความที่เขาได้ขลุกขลุ่ยอยู่กับพี่สะใภ้ที่ทั้งสาวและสวยมันทำให้เขาอดคิดมากไม่ได้เช่นกัน….
ชุดลำลองอยู่กับบ้านหรือชุดนอนที่หล่อนสวมใส่นั้น มันมิได้ปกปิดเนื้อในของหล่อนให้พ้นสายตาของเขาไปได้เลย….
จะงอยอกที่ดันใยผ้าออกมาเป็นปุ่มปม กับเนื้อผ้าที่แนบกระชับเหนือสะโพกที่อวดเลยลงไปถึงเนินเนื้อเหนือต้นขาของหล่อนที่บอกความโอฬารของมันก็ทำให้เขาถึงกับมี อาการฝืดคอ กลืนน้ำลายไม่ลงหลายครั้ง
หล่อนก็คงเห็นกิริยาของเขา เพราะหลายครั้งที่บังเอิญสบตากัน นัยน์ตาของหล่อนที่ประสานกับเขา มันก็บอกให้เขารู้ว่าหล่อนก็มีความรู้สึกและความต้องการไม่ต่างไปจากเขาเลย….
เนื้อสวยของเขา โจนส์อยากสัมผัสแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้าม แล้วยังท่อนขาแข็งแรงคู่นั้น….ยิ่งนึกถึงกระบวนการ ร่วมรสในเพศสัมพันธ์มันก็ยิ่งทำให้หล่อนเกิดอาการวาบหวามใจไปทุกครั้งทุกครา….
อาวุธบอกตัวเองว่า หล่อนคือเมียของพี่ชาย…
แต่เป็นเมียที่ถูกเก็บเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้สอยตามสภาพแห่งความเป็นจริง…
หล่อนทำท่าว่าจะถูกจับใส่สุสานไว้ตั้งแต่ยังไม่ทัน ตายเสียกระมัง
เขาเห็นใจหล่อน และก็อดคิดอกุศลกับหล่อนไม่ได้… ขณะที่เขาทำงานอยู่นั้น เขาก็ได้รับโทรศัพท์…
“ครับ…อาวุธพูดครับ” เขากรองเสียงลงในหูโทรศัพท์…
“วุธหรือ…นี่พี่ภาสนะ”
“อ๋อ…อ้อ…ครับพี่ภาส มีธุระอะไรกับผมพิเศษหรือเปล่าครับ”
“ก็….มี”
“ว่ามาเลยครับ”
“เย็นนี้พี่จะไปรับ….อย่าไปไหนนะ” เสียงนั้นเงียบไปหน่อยหนึ่ง “เอ๋อ ว่าแต่ว่างไม่ใช่หรือ”
“ก็…ครับ…ว่าง”
“งั้นก็ไม่มีอะไรขัดข้อง…”
“ก็…ครับ”

เขาจำต้องรับคำ…ซึ่งที่จริงเขาก็มิได้มีธุระปะปังที่ไหน เป็นแต่เขาคิดว่าจะกลับบ้านไปทำธุระส่วนตัวของเขา…. แล้วหลังจากนั้นก็จะอยู่คุยกับคุณพ่อคุณแม่สักพัก หลังจากนั้น….
เขาคิดถึงเรือนหลังเล็ก….คิดถึงผู้หญิงผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าใสที่ฉายแววเศร้า….และเรือนกายเล็กแต่งงดงามในสัดส่วนที่ซ่อนไว้หลังใยผ้าบางเบาที่เขาดูได้ไม่เบื่อตา
โอภาสมาหาเขาตามเวลาเดิมเหมือนครั้งแรก…
ใบหน้าที่หม่นหมองปราศจากรอยยิ้มดูเคร่งเครียด จนอยากจะพูดว่าหน้านั้นดำเหมือนถูกของ…พี่ภาสขับรถพาเขาไปบนเส้นทางใหม่…
อาวุธไม่ไถ่ถามถึงจุดหมายปลายทาง….ขณะนี้เขาลืมทุกอย่างในบ้านด้วยมั่นใจว่าทุกคนจะสุขสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร อย่างจะมีปัญหาโจนส์ก็คงทนได้
ขณะนี้ เมื่อเขาปรายตามองพี่ภาส เขาเห็นแต่ความเครียด…
บ่อยครั้งที่พี่ภาสถอนใจ…
เขาตั้งใจว่าจะไม่ถาม จนกว่าพี่ภาสจะเปิดปากบอกด้วยตัวเอง…
“วุธจะไม่ถามพี่เลยหรือว่า พี่มีปัญหาอะไรถึงได้มา หาวุธ” พี่ภาสพูดขึ้นตอนหนึ่งหลังจากวิ่งรถมาเกือบครึ่งชั่วโมง…
“ไม่สนใจว่าพี่จะทุกข์จะสุขอย่างไรเลยใช่ไหม”พี่ภาสพ้อ
“ไม่…ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มตอบด้วย เสียงหนักแน่นบนความมั่นใจของตัวเอง… “ผมสนใจพี่ภาสเสมอ เพราะเราเป็นพี่น้องกัน”
“อย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงพี่ภาสมีกังวานหยันอยู่ในที “โชคดีที่พี่เป็นพี่วุธถึงได้สนใจพี่บ้าง”
อาวุธเริ่มอึกอัก “ผมพูดอะไรผิดไปหรือครับ” พี่ภาสหันมามองหน้าเขา… ใบหน้าหล่อนั้นดูมอมแมมและหม่นหมอง
“พี่ภาสเป็นไรไปหรือครับ…หรือว่ามีปัญหาอะไร”
“เรื่องของพี่พูดยาก…แต่ก็ยังอยากจะขอความกรุณาจากวุธ”
“โอย…พี่ภาสพูดอะไรยังงั้น…ผมเป็นน้อง”
“หมายความว่าแกจะช่วยพี่…”
“ที่สุด…ถ้าหากผมทำได้…”
“งั้นก็ขอบใจ…และก็ขอให้แกจำคำพูดของแกไว้ อย่าลืมเสียง่ายๆ”
อาวุธหันมองหน้าพี่ชาย…เขาไม่เข้าใจว่าโอภาสหมายถึงอะไร… แต่ที่แน่ๆ ก็คือโอภาสเป็นเกย์…ชอบผู้ชายด้วยกัน
แล้วถ้าพี่ภาสเกิดชอบเขา…เขาจะสนองตอบความต้องการของพี่ภาสได้หรือ…มันขัดและฝืนไปเสียทุกอย่าง…ขัดตรงที่เขาเป็นน้อง และฝืนตรงที่เขาไม่เคยคิดจะมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน…..
แล้วถ้าพี่ภาสเกิดต้องการจริงๆ…เขาจะให้ได้หรือ ไม่รู้เขาสะบัดหน้าแรงอย่างจนปัญญา… “ก็มันมีทางจะปฏิเสธอะไรได้หรือ”
เรื่องของเรื่องก็คือ เขาคงปฏิเสธไม่ได้ อย่าว่าแต่แค่นี้เลย มากกว่านี้ถ้าอยู่ในวิสัยที่จะให้กันได้ เขาก็ต้องให้
“พี่อยากให้แกได้รู้จักคนๆ หนึ่ง… เขาเป็นแฟนพี่…”
อาวุธยิ้ม…เขาลืมสนิทในตอนนั้นว่าโอภาสเป็นเกย์ เขาคิดว่าโอภาสพูดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง…
หลังจากที่รถจอดลงตรงที่จอด โอภาสก็พาเขาเดินเข้าไปในสวนอาหารแห่งหนึ่งยังโต๊ะที่ตั้งไว้ในมุมโล่งพอสมควร
คนที่นั่งอยู่ก่อน เป็นคนในวัยเดียวหรือใกล้เคียงกันกับเขา ใบหน้าคมคายและกำยำล่ำสัน…..
“อัศวินนี่น้องชายผม”
บุรุษผู้นั้นยิ้มให้ พลางยื่นมือมาสัมผัส
“นั่งด้วยกันสิครับ” (จบ…)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *