เรื่องสั้น……กระจกเงากรอบทอง EP2
โดย…..นิเทศ เพียรศานต์
ชายหนุ่มเป็นคนแปลกแยกเพราะเขารังเกียจสังคมหรือในทางกลับกันสังคมเห็นเขาเป็นสิ่งแปลกประหลาด ไม่คบเพื่อน หลบเลี่ยงกิจกรรม ทุกประเภทที่ให้คุณค่าแก่เขาไม่เพียงพอ บางทีเขา อาจจะเรียกร้องความสำคัญจากคนรอบข้างมาก เกินไป เขาเข้ากับเพื่อนฝูงไม่ได้เพราะคิดไปเองว่า คนเหล่านั้นมาจากพื้นฐานที่ต่ำต้อย ร้อยพ่อพันแม่ และมิได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างผู้ดี พอป่วยการที่เขาจะเสวนาพูดคุยเพราะสำนึกของเขาสูงส่งและมีเกียรติกว่าหลายเท่านัก ไม่น่าประหลาดใจเลยที่ เป็นหลักอยู่ในบ้านโบราณหลังใหญ่เก่าแก่ที่มีลม ชายหนุ่มรูปงามคนนี้พักพิงจิตวิญญาณและตัวตน หายใจศักดินาของรากเหง้าตนเองพ่นรดต้นคออยู่ พากันถอยห่างออกไปทีละคนเพราะพ่ายแพ้แก่ ผู้หญิงที่รายล้อมและมุ่งหวังความเป็นชายในตัวเขา กำแพงศักดิ์ศรีที่ชายหนุ่มตั้งขวางไว้สูงลิ่ว บางคำ พูดและบางเหตุผลทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเจ็บแค้น เช่น “ผมไม่แน่ใจว่าถ้า เราแต่งงานกันแล้ว ลูกที่เกิดมาจะสามารถถ่ายทอดกรรมพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบจากชีวิตผมได้เกินเจ็ดสิบ เปอร์เซ็นต์หรือไม่เพราะเลือดของคุณเป็นสามัญชนที่ยังมิได้สืบสาวหารากเหง้าให้ถ่องแท้” หรือ “ผมไม่ แน่ใจเลยว่าคุณจะปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบของชีวิต ผมได้เพราะเราเติบโตมาผิดกัน อีกประการหนึ่งที่ สำคัญ ผมไม่สามารถปรับตัวเข้าหาชีวิตแบบพื้นๆ ได้เพราะมันจะทำให้รูปแบบชีวิตที่มีมาตรฐานสูงสุด มัวหมองลงไป คุณน่าจะเหมาะกับผู้ชายผู้มีที่มาในระดับเดียวกันหรือระดับใกล้เคียง ตรงจุดนั้น การปรับตัวระหว่างคนพื้นเพเดียวกันจะง่ายขึ้นมาก”
ความสูงส่งของชายหนุ่มถูกกระชากลงมาเบื้องต่ำทุกครั้งที่รู้สึกไหววูบกับภาพอดีตเมื่อเยาว์ วัยครั้งที่เขายังเป็นเด็กชายที่เพิ่งจะย่างหนุ่ม ความทรงจำดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อเขายังเป็นนักเรียนประจำอยู่ในโรงเรียนผู้ลากมากดี เขาจำได้ไม่ลืมถึงการดิ้นรนแห่งอารมณ์แสวงหาตามธรรมชาติซึ่งได้ กลายมาเป็นประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกของชีวิต ในโรงเรียนที่ว่าเขามีเพื่อนชายที่สนิทสนมอยู่ไม่กี่คน หากแต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่เขารู้สึกแนบแน่นจนถึงขั้นที่คิดไปได้ว่าจะเป็นเพื่อนตายกันไปจนแก่เฒ่า เพื่อนชายคนนั้นของเขามีบรรดาศักดิ์เป็นหม่อมราชวงศ์ มีความเป็นผู้ดีทั้งลักษณะภายนอกและชายทั่วไปวิ่งหนี รูปร่างผอมบาง ผิวสีน้ำตาลอ่อน ภายใน มีจิตสำนึกที่สูงส่งแต่หาญกล้าในสิ่งที่เด็กผู้ฉายแววนิ่งสงบ เพื่อนชายคนนี้มีอิทธิพลที่รุนแรง และสวมแว่นสายตากระจกใส ดวงตาคมกริบแต่ หรือขอร้องมามักจะหลอมละลายความขัดแย้งของ ต่อจิตใจของเขามาตั้งแต่ต้น ทุกสิ่งที่เขาเสนอแนะ เขาได้เสมอๆ ลักษณะภายนอกของเขาไม่แสดงการ ตอบรับหรือปฏิเสะแต่เขาก็ยอมตามแทบทุกกรณี
คืนหนึ่งในหอนอนที่สะอาดเอี่ยม เด็กชาย ทั้งคู่นอนคุยกันหลากสาระ
เพราะมันเป็นคืนที่นักเรียนประจำอื่นๆ กลับบ้านหมด บรรยากาศที่เงียบสงัดเร้าใจให้เด็กชายสองคนหันหน้าเข้ามาแสวงหาความอบอุ่นของกันและกัน ผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าขั้นหนึ่ง หันหน้ามาถามอีกฝ่ายว่า “ต่อเคยสำเร็จความใคร่ ด้วยตัวเองไหม” เขากระดากอายที่จะตอบทำได้แค่สั่นหน้าและกดสายตาลงมองพื้น
“มันเป็นขบวนการ ทางธรรมชาติของมนุษย์ที่จะต้องปลดปล่อยความกดดันทางเพศ มันไม่ผิดแต่ก็ดูแปลกและต้องห้ามในสายตาของผู้ใหญ่ อันที่จริงพวกเขาได้ผ่านความกดดันประการนี้กันมาแล้วทุกคนแต่ยังคงถือว่าเป็นความลับที่น่าอับอายต่อการเปิดเผยในที่แจ้ง ชายไม่เห็นว่ามันผิดธรรมชาติของคนหากวิธีการทั้งหมด ดำเนินไปอย่างมิดชิด” เขาสับสนทั้งๆที่ใจหนึ่งอยากเรียนรู้ แต่อีกใจหนึ่งมีความกลัวเป็นพื้นฐาน “ชายรู้ว่าต่อมีความกระอักกระอ่วนที่จะตอบ แต่ชาย เลือกต่อคนเดียวเป็นผู้ร่วมรับรู้ ร่วมศึกษาหาประสบการณ์ร่วมกัน” เขาเริ่มพ่ายแพ้อิทธิพลของเพื่อนข้างหน้าทีละน้อย “ไม่รู้ซิว่าต่อจะทำได้แค่ไหน และอย่างไรเพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์หรือรู้จักวิธีการของมันเลย คิดแล้วไม่กล้าลอง กลัวมันเป็นเรื่องผิดมากกว่าเรื่องถูก” อีกฝ่ายเห็นความไหวหวั่นที่ปรากฏออกมาทางคำพูดจึงได้ใช้การหว่านล้อมที่หนักแน่นขึ้น ชายจะลองและยินยอมให้ต่อเท่านั้นรู้เห็นชายไว้ใจต่อที่สุด” เขานั่งเงียบและนิ่งเหมือนหุ่นไร้ชีวิต “ชายรู้จักวิธีการชั้นต้นของมัน และอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือจากต่อ
อย่าขัดใจชายเลยนะ ชายไม่เคยวิ่งวอนร้องขอใครมาก่อนในชีวิต มีก็แต่ต่อนี่แหละที่ชายเห็นว่าศักดิ์ศรีเราเสมอกัน” (อ่านต่อ EP3)






