เรื่องสั้น มิติสนธยา EP4 (ตอนจบ)
โดย….. วิเศษสาลี
ความรู้สึกคุมแค้นของคนสิ้นหวังวนเวียน อยู่กับรัศม์ มันฝังรากลึกซอนไชรากแขนงเขี้ยวเล็บปีศาจจิกดึงเพื่อควานหาเส้นเลือดใหญ่มาฉีกกิน เรือแล่นทะลุม่านหมอกหนาวเย็นเข้าไปลึกทุกที จุดหมายข้างหน้ามืดมนคลุมเครือ ฝีจักรท้ายเรือค่อย ๆ คลายตัวช้าลง… ช้าลง… กระตุกเป็นเฮือกสุดท้ายแล้วก็นิ่งสนิท ไม่ผิดอะไรกับลมหายใจ ที่ขาดหายจากร่างที่เจ็บหนักมาเนิ่นนาน ลำเรือเคลื่อนไปเรื่อย ๆ ด้วยแรงส่งที่เหลืออยู่
มีลมเย็นเยือกประหลาดพัดผ่านเนื้อตัวของรัศม์ สัมผัสของมันทำให้ขนลุกตั้ง หนาวสะท้าน เครื่องยนต์ขัดข้องล้มเหลว… เรือหมดพลังจะขับเคลื่อนตัวได้อีกต่อไป มันพ้องกันกับเรื่องในหัวใจของเขาอย่างที่สุด
หมอกหนักม้วนตัวอ้อยอิ่งอยู่รอบตัว… เสียงนกกลางคืนครางเหมือนคร่ำครวญ…สะเก็ดดาวพกวูบพราย จมน้ำ หายไปต่อหน้าหลายต่อหลายดวง… กอสวะดำทมึนลอยฝ่าความมืดออกมาเหมือนภูติพรายกั้นขวางผู้บุกรุก ความโกรธขึ้งของชายหนุ่มเริ่มคลายตัวขณะที่ความรู้สึกฉงนแกมหวาดหวั่นเคลื่อนเข้ามาครอบครองแทน มีจุดดำแห่งความกลัว แต้มลงไปในสมองของรัศม์… ทีละน้อย ๆ มันแผ่วงกว้างจนครอบคลุมสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่… มีเสียงคนลุยน้ำตรงมาที่เรือความมืดที่หนาวเย็นช่วยเน้นย้ำเสียงน้ำ ให้ก้องกังวานมันฟังเหมือนหยดแก้ว กระทบกันในแรงลม…ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นอย่างเลือนลางหากแต่ใบหน้า ของเขายาวกระจ่างงดงาม เขายืนอยู่ในที่ท่าน้ำออกไปสัก 3 เมตร แต่เสียงพูด กลับก้องเหมือนมันดังมาจากที่ไกล ๆ
“เรือเสียหรือ… มาจากไหนกันล่ะ.. โรคร้ายจริง ๆ นะ ดึกดื่นป่านนี้คงหาทาง แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก ขึ้นบ้านก่อนไหม แล้วค่อยหาทางออกเอาตอนแจ้ง ตามมาซิ น้ำลึกแค่ครึ่งเข่าเอง”
รัศม์เดินตามไปในลักษณะของคนที่สิ้นหนทาง โดยมิได้ปริปากถามไถ่ข้อข้องใจแม้แต่คำเดียว รู้สึกคล้ายกับว่าพลังอำนาจในตัวเองถูกดูดซับออกไปจากวิญญาณจนหมดสิ้น หรือไม่อีกที ชายแปลกหน้าผู้ปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับนี้ ก็ มีอำนาจเหนือเขาในทุกสภาวะ
เขาอยู่คนเดียวในบ้านทรงไทยขนาดกะทัดรัด ปราศจากเครื่องใช้ไม้สอยที่ทัน สมัย… แม้แต่ไฟฟ้าก็ไม่มี เขาพึงใจกับแสงนุ่มตาของตะเกียงและเทียน กลิ่นดอกไม้ ไทย…กับผ้าโจงกระเบนที่เขาสวมอยู่สร้างบรรยากาศ โบราณคร่ำหรึ แต่ตัวตนของ เขาเพียงลำพังกลับดูเป็นเอกเทศ ไม่ดูโบราณหรือเชยตามไป
“อย่าถามเลยนะว่าผมเป็นใคร แล้วทำไมจึงมาซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ในที่นี้ ผมบอกคุณได้อย่างเดียวว่า ทุกคนมีเหตุผลและสถานที่ต่างกัน มาสรุปที่ว่าผมยินดีให้ที่พักพิงแก่คุณในคืนนี้ พร้อมความสะดวกเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมพอจะมองออกว่าคุณหนีอะไรมา… บางทีผมอาจทดแทนบางส่วนที่พึ่งขาดหายไปของคุณได้…
เข้ามานั่งข้าง ๆ ผมซิ… คนหัวใจสลายมาเถอะ โอกาสแบบนี้ไม่มีใครเคยได้รับมาก่อนนะ แล้วคุณจะได้รู้เองว่ามันเป็นความจริง”
รัศม์กระเถิบเข้านั่งติดเขา หันหน้าไปสบตาราวต้องมนต์สะกด คลี่แขนขาออกโอบกอดเขาอย่างอุ่นเนื้อ เมื่อชายบุคลิกประหลาดลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของชายหนุ่ม… เสื้อผ้าที่พันกายก็หลุดลุ่ยออกมาเหมือนกลีบดอกไม้ร่วง มันง่ายดายและแผ่วเบา ริมฝีปากหอมอ่อนเหมือนสีผึ้งทาปากของคนโบราณทำให้รัศม์ เนื้อหนังอุ่นไอเลือดตกกระทบกันแนบชิด ทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง บทบาทและลีลาพิศวาสแตกต่างออกไปจากที่เคยกระทํา… ไม่นานนัก จุดที่งดงามที่สุดแห่งอารมณ์ก็เลื่อนบรรลุ… มันเบาหวิวเหมือนเปลือยเนื้อตัวอยู่กลางอากาศ อ้อมกอดของเขากดกระชับมั่นคง ทรงอำนาจและ สิงสู่แทรกในความทรงจำหนักแน่น
เมื่อเช้าตรู่… ชายหนุ่มพบตัวเองนอนขดอยู่ในเพิงร้างหน้าศาลเจ้าเก่า ๆ มีรูปสลัก ศิวลึงค์ทั้งเก่าและใหม่วางอยู่เกลื่อนกลาด กองก้านธูป และเทียนไขละลายกระจาย เปรอะไปทั้งลาน… มีแผ่นไม้ปิดทองเขียนตัวหนังสือสีแดงจาง ๆ อ่านได้ความว่า “เจ้าพ่อทองคำ”
รัศม์พบว่าเรือลำเล็กของเขายังทำงานได้อย่างเดิม เครื่องไม่เสีย น้ำมันสำรองยังมีพอ เอาจากคุ้งน้ำลึกลับมา ด้วยความสับสนและหนาวเยือกเย็นภายในเขารำพึงผ่านสายลมแรงขณะตีเรือกลับบ้านว่า
“เจ้าพ่อทองคำ… ผมมีสัมพันธ์กับผีเจ้าพ่อ… เซ็กซ์กับไสยศาสตร์… ความเสียว ซ่านผสานกับมนต์ดำมายา… ผมจะกลับมา ถ้าผีไม่ร่านทุรนเหมือนมนุษย์ที่เคยเจอ…จะเป็นไรไปเจ้าพ่อ ถ้าผมจะอยู่กับผีแล้วไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ดีเสียอีกผีไม่มีวันแก่ลงไปกว่าเดิม… ผมจะกลับมา เจ้าพ่อรูปงามของผม” (จบ….)






