เรื่องสั้น……กระจกเงากรอบทอง EP4

เรื่องสั้น……กระจกเงากรอบทอง EP4

โดย…..นิเทศ เพียรศานต์

ปู่ย่าตายายของชายหนุ่มได้เสียชีวิตไปล่วงหน้านานหนักหนา พ่อแม่พี่น้องที่เคยมีอยู่ก็ได้ พร้อมใจกันตายลงในอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ทิ้งให้ เขาจมอยู่กับความโดดเดี่ยวที่เปรียบเหมือนวิญญาณ ควงแรกในป่าช้า เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่พานพบ วิญญาณควงอื่นๆ หรือมันอาจเหมือนน้ำค้างหยด สุดท้ายที่ตกลงมายังพื้นโลกหลังจากน้ำค้างหยดอื่นๆ ได้ระเทยทายไปสิ้นแล้ว ความวังเวงในชีวิตของเขา ไม่มีทางแก้กลับคืน ในช่วงชีวิตที่ดำเนินไป เขามิได้ เปิดโอกาสให้ชีวิตอื่นก้าวเข้ามาช่วยบรรเทารับรู้ หรืออาจจะเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเขาแสวงหา ความเปล่าเปลี่ยวมาห่อหุ้มชีวิต เขาเฝ้าถวิลหา บุคคลในตระกูลที่ล่วงลับไปหมดแล้ว หรือเขาไม่แน่ ใจว่าจะมีคนอื่นอีกที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันซึ่งมี ศักดิ์ศรีเสมอกันและเข้าใจจิตวิญญาณของตัวเขา เองได้อย่างลึกล้ำถ่องแท้ หมอบำบัดจิตได้บอกแก่ เขาว่า “คุณปิดกั้นตัวเอง คุณทำตัวหลงยุค คนทั่วๆ ไปอาจจะมองคุณว่าป่วยทางจิต ในทางจิตเวชอาจ อธิบายได้ว่า คุณเป็นคนมีปมที่เจ็บปวดมาจากอดีต และไม่กล้าหาคนมาช่วยคลี่คลายเพราะมัวแต่ยึดถือศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่ ให้สำคัญมันมากกว่าจะสนใจ ทุกข์สุขของตัวเอง”
ดูเหมือนว่าธรรมชาติรวมไปถึงโชคชะตาได้ แบ่งสัดส่วนของชีวิตคนแต่ละคนไว้อย่างลงตัว มีจังหวะที่กลมกลืนกันทั้งด้านบวกและด้านลบ ไม่มีใครได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างได้ครบถ้วน เมื่อเขาได้ครอบครองสิ่งหนึ่งอย่างบริบูรณ์เขาจำต้อง สูญเสียส่วนที่เหลือไปตามระเบียบ เคยมีนักปราชญ์ชาวเลบานอนผู้หนึ่งได้อธิบายสัดส่วนแห่งชีวิตไว้ว่า “ความสุขและความทุกข์คือสิ่งเดียวกัน มันประกบ ติดกันอยู่และแยกออกจากกันไม่ได้ เปรียบเสมือน เหรียญที่มีสองหน้า หน้าหนึ่งคือความสุขหน้าที่เหลือคือวามทุกข์ เหรียญแห่งชีวิตนี้จะหมุนวนไปตาม จังหวะโชคชะตา เมื่อเหรียญหยุดหมุน หน้าใดหน้า หนึ่งของเหรียญจะหงายขึ้นมาให้เห็นและรับสภาพ และเขายังได้ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมได้อีกว่า ในขณะที่เรากำลังกินอาหารค่ำใต้แสงเทียนและดื่มไวน์รสหวานล้้ำอยู่กับความสุขนั้น…ความทุกข์ได้มานอนรอเราอยู่บนเตียงล่วงหน้าแล้ว”
ชีวิตของชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ก็มิได้ก้าวพ้นออกมาจากฏเกณฑ์ดังกล่าว ดูเหมือนว่ารูปแบบแห่งชีวิตเขาเคลื่อนไปเข้าข่ายคำคมของนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสที่ว่า “มนุษย์ทุกผู้ล้วนเกิดมาเพื่อตก เหยื่อของชะตากรรมอีกทอดหนึ่ง เป็นเหยื่อของอารมณ์ตนเอง… จากนั้นจึงได้ตกเป็นเหยื่อของชะตากรรมอีกทอดหนึ่ง”
บ่ายวันที่ฝนตกหนักอากาศมืดครื้มเยือกเย็น เจ้าของคฤหาสน์รูปงามเดินพินิจพิเคราะห์รูปเขียนของบรรพบุรุษที่ติดเรียงรายอยู่ในระเบียงทางเดินของห้องสีน้ำเงินเนิ่นนานผิดปกติ ราวกับอยากจะสื่อสารทักทายกับบุคคลเหล่านั้น เขารู้สึกได้ว่าดวงตาทุกดวงในรูปเขียนสีน้ำมันกำลังยิ้มแย้มต้อนรับปากที่เย่อหยิ่งเตรียมพร้อมจะพูดคุยด้วยแรงถวิลหา จิตใต้สำนึกที่ผูกพันกับความเชื่อของมิติแห่งชีวิต (อ่านต่อ EP5)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *