บุตรชายแห่งซาตาน EP2 (ตอนจบ…)
โดย…. ภูหลวง
แม้ไร้เงาของซาตาน แต่ตรอกนั้นและตึกนั้นยังคงไม่เงียบเหงาเพราะบัดนี้อาจู ได้ก้าวขึ้นมาดูแลและจัดการเรื่องทั้งหมด ทุกคนเปลี่ยนท่าทีและพฤติกรรมที่แสดงออกกับ “อาจู” พร้อมกับคำเรียกขานที่เปลี่ยนไปด้วย “เฮียจู” คือคำเรียกที่ทุกคนใช้เรียกเขา ยกเว้นแต่ก็เพียงคนเดียวที่ยังคงเรียกขานอาจูตามเดิม และแม้เขาจะพยายามที่จะสำแดงอำนาจของตนกับทุกคนอย่างไร แต่กับมัน เหมือนมีเงาร่าง ของเจ้านายเก่าคอยแผ่รัศมีอยู่โดยรอบ แม้ใบหน้าจะใสซื่อ หากแต่แววตาคมกริบนั้นถอดแบบมาจากซาตานไม่ผิดเพี้ยน หลายครั้งที่ “เฮีย” พยายามออกคำสั่งให้มันออกไปทำงาน แต่หากมันบอกไม่ก็ไม่มีใคร สามารถบังคับมันได้
วงล้อแห่งโชคชะตาหมุนวนเวียนไปรอบแล้วรอบเล่าจนกระทั่ง วันหนึ่งมันหมุนวนจนมาทับเส้นแนวทางเดิม วันที่หมู่ตึกม่านแดงได้ ต้อนรับดาราหนุ่มใหญ่อีกครั้ง และคนเดียวที่เขาเรียกหาคือ ภูต เขา ถึงกับตะลึงงันกับรูปร่างและความเติบใหญ่แห่งเรือนกายจากเด็กหนุ่ม บัดนี้มันกลายเป็นชายหนุ่มที่พร้อมด้วยความงดงามแห่งเรือนร่าง อย่างชายชาตรี แข็งแกร่งเนียนเนื้อแน่นทุกส่วนสัดของมัน ใบหน้าที่ เคกอ่อนหวานแม้ยังคงเป็นเค้าเดิมแต่กลับสง่างามยิ่งกว่า มันเป็น เหมือนเพชรในสายตาของหนุ่มใหญ่ และจากสายตาที่จับจ้องเรือนร่างมันนั้น คำพูดสุดท้ายก่อนสิ้นลมของซาตานกลับเวียนวนเข้ามาสู่สำนึกของมัน บวกกับความทรงจำอันเจ็บปวดกับบาดแผลแห่งการถูก กระทำครั้งแรกบัดนี้ผุดขึ้นมาในใจ มันยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับหนุ่มใหญ่ ถึงเวลาของการจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยเพื่อชำระล้างร่องรอยที่เกรอะกรังในใจแล้ว มันปรนเปรอและพลิกผันทะลุทะลวงหนุ่มใหญ่ด้วยลีลาและอารมณ์อันรุนแรงและร้อนร่า แต่แทนที่จะเจ็บปวดหนุ่มใหญ่กลับหฤหรรษ์กับรสชาติและแรงปรารถนาอันตุโชนของมัน บวกความพึงใจ ในรูปร่างหน้าตา วันต่อๆ มาหนุ่มใหญ่จึงแวะเวียนมาหามันทุกย่ำค่ำ ก่อเกิดเป็นความพันผูกในใจของหนุ่มใหญ่ยิ่งเมื่อมันปฏิเสธเม็ดเงินที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยเหตุผล
แห่งการร่วมรัก ระหว่างมันกับเขาเป็นความพึงใจอันสูงสุดของมัน ความรักจึงงอกเงยและเบ่งบานในใจเขา จนต้องยอมศิโรราบและจ้านนต่อทุกคำขอของมัน ไม่แปลกใจที่เมื่อวัน หนึ่งมันจะก้าวย่างออกจากหมู่ตึกแห่งนั้น ทิ้งม่านแดงและประตูไม้ที่ปิดกั้นโลกเก่าไว้เบื้องหลัง สู่โลกใบใหม่ที่กว้างใหญ่และเสรีของมัน
บ้านหลังใหม่ของมันเป็นบ้านทรงยุโรปสองชั้น ตัวตึกสีขาวมี บริเวณกว้างขวางด้านหน้าเป็นสวนหย่อมปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ รังรักบนชั้นสองนั้นตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มตัดกับสีครีมของวอลเปเปอร์ที่ติดผนัง ตู้เสื้อผ้าไปใหญ่แน่นขนัดด้วยสารพัด ชุดของหนุ่มใหญ่ซึ่งมันสามารถหยิบใช้ได้เท่าที่มันอยาก มันใช้เวลา สองสามวันสำหรับการสำรวจทุกซอกมุมของบ้าน ไม้เว้นแม้แต่บ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลังตัวตึกใหญ่ที่เขาบอกมันว่าเป็นเรือนของนายบุญคนสวนและคนขับรถส่วนตัวของเขา กับนางภาผู้คอยรับใช้ ซึ่งทั้งสอง คนนั้นมันได้เจอแล้ว แต่วันที่มันเปิดประตูเรือนหลังเล็กเข้าไปนั้นกลับ พบเจอกับเด็กสาวคนหนึ่งในชุดผ้าถุงกระโจมอก อวดความนวลเนียนเปล่งปลั่งของวัยสาวตามเรียวคอระหงกับหัวไหล่กลมมน ใบหน้าเรียวงามนั้นมีอาการตกใจผมถูกคลุมด้วยหมวกพลาสติกใส มันตะลึงงันกับภาพแรกของหญิงสาวเบื้องหน้า จ้องจับและจดจำทุกรายละเอียดของ เรือนร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าพร้อมกับอารมณ์ความป่วนปั่นในใจ จน ต้องรีบเบือนหน้าหนีและหันหลังกลับจากเรือนเล็ก ทิ้งภาพของหญิง สาวไว้เบื้องหลัง
เมื่อมันอยู่เพียงลำพังในห้องภาพนั้นยังตามมาหลอกหลอน มันไม่สามารถหยุดความคิดคำนึงถึงใบหน้าอันงดงามและผิวกายผ่องนวลนั้น พร้อมกับองคาพยพขยับขยายตื่นตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อหนุ่มใหญ่เจ้าของบ้านมาถึงมันจึงระบายอารมณ์ที่คั่งค้างนั้นกับเขาด้วยอารมณ์ที่อ่อนหวานเหมือนเขาเป็นหญิงสาวที่มันเพิ่งพานพบ มันค่อยตระกองกอดอย่างนุ่มนวล เรียวลิ้นลากวนไปตามเนื้อตัวและผิวกายที่มันกกกอดอยู่นั้นช่างหยาบ สาก แข็ง ไร้รส อารมณ์ในอันจะทำให้มันหฤหรรษ์ได้ แต่มันก็ทำและระบายความอัดอั้นกับร่างของเขานั้นจนเสร็จสม ทั้งที่ในใจของมันยังคงกระหวัดถึง ใบหน้าอันงดงามนั้น
มันแวะเวียนไปที่เรือนหลังเล็กทุกครั้งที่มีโอกาสและไม่มีใครอยู่ ในบ้าน หญิงสาวเองก็พึงใจในรูปกายของมัน และยิ่งเกิดความสงสารอย่างจับใจเมื่อได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตของมัน มัน ภาพของผู้หญิงคือความน่าเกลียดน่ากลัวของชีวิต แต่บัดนี้มันได้ประจักษ์ถึงความอ่อนหวานและความงดงามอย่างที่มันเองก็ยากอธิบายได้ เพียงลำพังในห้องของเรือนหลังน้อย เมื่อมันเริ่มที่แตะต้อง เนื้อนวลทุกอย่างก็เข้าสู่ครรลองของธรรมชาติ หญิงสาวสั่นสะท้านกับ รสชาติของการเสพสมและยิ่งตำยิ่งตามอารมณ์ปรารถนาที่มันบรรจง มอบให้อย่างลึกซึ้ง
สองร่างสอดรับประสานกันอย่างเหมาะเจาะและลงตัวลีลาและอารมณ์เป็นหนึ่ง แล้วมันก็รับรู้ถึงรสสวาทที่แสนสุขสมในชีวิตของมันเป็นครั้งแรก และเมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สามจึงตามมาอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาที่เฝ้ามองความ เปลี่ยนแปลงของอารมณ์มันทุกครั้งที่ร่วมรักจากผู้เป็นใหญ่ในบ้าน มันอิ่มเอมกับรสสวาทที่หญิงสาวมอบให้และมันตักตวงเอาอย่างไม่รู้เบื่อ แต่กับเขามันเพียงแต่ทำต่อไปเพราะมันต้องทำเพื่อให้มันได้อยู่ที่นี่ต่อไป อยู่ใกล้กับหญิงสาวที่มันรักเท่านั้น วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักจะสั้น และติดปีกโบยบินหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อวันหนึ่งนางภามาพบเจอกับภาพของบุตรสาวเริงรักกับมัน แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร เพราะนางรู้ถึงสถานะของมันในบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี จึงได้แต่เก็บงำเรื่องราว นี้ไว้และพยายามที่จะกีดกันบุตรสาวให้ออกห่างจากมัน แต่ข้าไปเสีย แล้วเพราะภายในร่างกายของหญิงสาวหนึ่งชีวิตได้ถือกำเนิดและกำลัง ก่อตัวอยู่ภายในครรภ์
“ภูต เรากำลังจะมีลูก” เธอตัดสินใจบอกมันหลังจากต่างตักตวงความสุขจากกันและกันในตอนบ่ายวันนั้น โดยที่ไม่ได้ระวังเลยว่าหลังประตูเรือนเล็กนั้นมีร่างหนึ่งยืนนิ่งอย่างสงบเหมือนนางสิงห์กำลังซุ่มรถดักเหยื่ออยู่ตรงมุมมืด
“ลูก หมายความว่ายังไง” มันยังไม่เข้าใจ
“หมายความว่าคุณกำลังจะเป็นพ่อคน เพราะฉันท้องได้ห้าเดือน แล้ว” นี่ไงละ หญิงสาวกำมือของมันวางไว้เหนือหน้าท้องที่เริ่มบวม นูนออกมาให้เห็นครรภ์
“ในนี้มีลูกของคุณกับฉันอยู่ อีกไม่กี่เดือนเขาจะเกิดออกมาเป็น คนอีกคนหนึ่ง เป็นชีวิตอีกหนึ่งชีวิต ชีวิตที่เราสองคนร่วมกันสร้างขึ้น” หญิงสาวพูดพลางลูบไล้ไปที่ครรภ์ของตน “พ่อ ผมกำลังจะเป็นพ่อคนหรือ” มันสับสนกับคำๆ นี้ แต่ก็เกิดความปีติอยู่ลึกๆ ในใจอันสงบนิ่งนั้น กอดกระชับเบียดร่างของมันเข้า กับร่างของหญิงสาวแน่นขึ้น
ผลัวะ! ประตูถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับร่างที่ยืนถมึงอยู่กลาง จำแลงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในห้องแคบนั้น ควงตาของเขาคมวาวเป็นประกาย พร้อมกับใบหน้าที่นิ่งเงียบ ริมฝีปากบางนั้นเหยียดแสยะ ออกอย่างหยินหยาม เส้นริ้วของอารมณ์แล่นเป็นลำตามขมับเต้น อารมณ์รุนแรงเห็นอุบๆๆ เป็นจังหวะรุนแรง
“พ่อหรือ อย่างแก ไม่มีวันที่จะได้รู้จักคำๆ นั้นหรอก ไอ้ภูต” สิ้นเสียงทุกอย่างก็กลับสู่ความมืดดำเหมือนชีวิตส่วนที่เหลือของมัน
เวลาของความเจ็บปวดยังคงไหลเรื่อยอย่างเลื่อยและแช่มช้า แต่ เวลาของหมู่อีกผ่านแดงนั้นยังคงหมุนวนไปเรื่อยๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่ง หลากหลายชีวิตแวะเวียนเลยผ่าน หรือหยุดนิ่งจ่อมจ่มอยู่ที่นี่ นานเท่านาน เสียร่างกายทรุดโทรมลงตามวัย เขาก้าวผ่านประตูไม้เข้าไปหาชายแก่อย่างช้าๆ พร้อมกับในอ้อมแขนที่อุ้มวัตถุบางอย่าง เมื่อเฮียเห็นเขา ชายแก่รีบเร่งมุ่งหน้ามาหาเขาพร้อมทักทายอย่างตนเคยคุ้น
“คุณ เงียบหายไปนานเลย” ชายแก่เป็นฝ่ายทักทายขึ้นก่อน
“ฉันอยากซื้อที่นี่ เฮียจะคิดเท่าไหร่ว่ามา ฉันต้องการเป็นเจ้าของหมู่ตึกนี้ พร้อมทั้งกิจการของซาตานทั้งหมด” ชายหนุ่มไม่รั้งรอที่จะบอกความต้องการของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา “คุณ…..” ชายแก่แทบไม่เชื่อคำพูดที่ได้ยิน
“อาจู ได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันต้องการทำมันต่อ เวลาของอาจูเหลือไม่มากแล้ว
อาจูน่าจะรู้ตัวดี วางมือแล้วมีความสุขกับเงินที่ฉัน จะมอบให้ซะ.” ชายหนุ่มยังคงหนักแน่น
ชายแก่นิ่งเงียบชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลงตามเงื่อนไขที่เขาเสนอทุกอย่าง และโดยง่ายดายเขาก็ได้เป็นเจ้าของหมู่ตึกสองห้องหลังม่านแดงในที่สุด และก่อนที่ “อาจู” จะจากไปยังคงมีบางเรื่องที่ชายแก่ยังคงค้างคาในหัวใจ จึงถามไถ่เขาอย่างตรงๆ
“เอ่อ…แล้วภูตละ คุณพามันไปไว้ที่ไหน” ชายชราจับสังเกตเห็นแววเหี้ยมเกรียมฉายฉาบบนดวงตาคมวาวของเขาพลางหัวใจหายวูป
“มัน อยู่ในที่ๆ มันสมควรอยู่ อาจูไม่ต้องห่วงมันหรอก” พลาง ความคิดของเขาก็หวดนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาจับได้ว่าชายหนุ่มคนรักแอบระเริงอารมณ์กับเด็กสาวในบ้าน เขาจับทั้งคู่แยกออกจากกัน ตราตรึงมันด้วยโซ่ตรวน ร่างเปลือยเปล่าของมันถูกมัดจองจำอยู่ในห้องมีอาหารส่งป้อนให้ทุกมื้อ อารมณ์และความโหยหาของมันถูกระบายออกด้วยการเปล่งร้องโหยไห้อย่างร้าวรอน แต่เขาก็หาได้ใจอ่อนยังคงโซ่ตรวนพันธนาการมันไว้ จนท้ายที่สุดสติของการรับรู้หลุดลอยเหลือเพียงสภาพของจิตที่ว่างเปล่า มันถูกส่งตัวให้โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งดูแลหลังจากถูกตีตรวนอยู่สามเดือน หญิงสาวถูกส่งตัวกลับบ้านนอก พร้อมความอับอายและตราบาปในใจของเธอ สี่เดือนต่อมาเธอก็ให้กำเนิดเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าของเขาเมื่อเขาไปรับมันมาจากอกของผู้เป็นแม่ พร้อมกับมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เธอเป็นการแลกเปลี่ยน เธอรับมันมาอย่างยินดีและลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ชายชรานิ่งชั่วครู่ หลีกเลี่ยงที่จะซักถามเรื่องของมันต่อ เพราะรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์อะไร
“แล้วเด็กนั่นล่ะ คุณจะเลี้ยงไว้ที่นี่เหรอ”
“ใช่ มันจะอยู่ที่นี่กับฉันตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ มันจะเป็นตัวแทนของความทรงจำของฉัน มันจะเป็นบุตรชายคนเดียวของฉัน”ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วคุณจะให้เด็กที่นี่เรียกคุณว่าอะไรล่ะ”
“ซาตาน ให้ทุกคนที่นี่เรียกฉันว่า ซาตาน” (จบ…)



