บุตรชายแห่งซาตาน EP1
โดย…. ภูหลวง
ภูต เด็กชายวัย 8 ขวบ ผู้มีนัยน์ตาหวานอมโศก และเค้าโครงของใบหน้าที่บ่งบอกว่าสวยตั้งแต่เด็ก มันมาจาก ใหม่ไม่มีใครรู้ได้ นอกจากเรายแก่ผู้มีแววตาแหลมคมประดุจเหยี่ยวร้าย นัยน์ตาสีแดงทําอยู่เป็นนิจ รับกับคิ้วหนาเข้ม เป็นปื้น หางคิ้วขมวดวนก่อนจะชี้เฉียงขึ้นตามขมับ จมูกงองุ้มและริมฝีปากก็เหยียดหยัน มุมปากตกอย่างยโส ชายแก่ผู้ที่ถูกขนานนามว่า ชาตาน
ซาตานแห่งดงไฟของราตรีกาล เช่นเดียวกับภูต เขาเป็นชายแก่ที่ลึกลับ ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป ไม่มีจุดหมาย และไร้ซึ่งหนทาง อดีตเป็นมาอย่างไรไม่มีใครรู้และไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะผู้คนที่ข้องเกี่ยว และเวียนวนอยู่รอบกายของซาตาน ล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายด้วยกัน ทั้งนั้น จุดมุ่งหมายที่จำเป็นจะต้องใช้ซาตานเป็นสะพาน บนสะพานเก่าแก่ และแกร่งสะพานนี้ คือสะพานสู่คราบโลกีย์ สะพานแห่งการแสวงหาเงินตรา สะพานแห่งอารมณ์และความต้องการ
ภูติไม่มีอดีตอะไรให้จดจำ เพราะโลกทั้งโลกตั้งแต่จำความได้มันคุ้นเคยกับผู้คนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น เพราะทั้งชีวิตถูกจำกัดให้อยู่แต่ในโลกของซาตาน จนหวาดหวั่นและครันครามกับการออกไปเผชิญโลกภายนอก ใน ตึกแถวสามชั้นที่ติดกันสองห้องคือโลกของซาตาน โลกที่กีดกั้นตรงกลางระหว่างความสว่างและความมืด ความถูกต้องกับความผิดพลาด บุญและบาป ความดีและความชั่ว มีเพียงประตูไม้และม่านกำมะหยี่สี แดงกางกั้น กูด เติบโตที่นี่ เติบโตอยู่ในกล่องขนาดใหญ่ที่บรรจุไว้ด้วย เด็กหนุ่มจากทุกสารทิศกว่ายี่สิบคนที่เวียนวนและแวะเวียนมาเยี่ยมพัก เพียงชั่วครู่ช้ายามหรือยาวนานหลายปี เด็กผู้ชายคือมนุษย์เพียงเพศ เดียวที่เขาได้รู้จักตั้งแต่จำความได้
รุ่งเช้าของเด็กชายเริ่มขึ้นเมื่อเวลาบ่ายโมง พร้อมกับเด็กหนุ่ม ทั้งหลายที่มักจะนอนเรียงรายและถ่ายกอดกันในห้องโถงใหญ่บนชั้นสาม ด้วยร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่า ส่วนใหญ่จะมีเพียงผ้าชิ้นเดียวที่รึงรัดสัดส่วนของความเป็นบุรุษเพศไว้อย่างหมิ่นเหม่ การเปลือยกาย ไม่ใช่เรื่องปกติแต่ก็คุ้นชินตาเป็นอย่างดีสำหรับเด็กหนุ่มทุกคนที่นี่ซึ่งที่ไม่รู้จักกับว่าเขินอาย หลังตื่นจากการหลับไหล เด็กหนุ่มส่วนใหญ่จะใช้เวลาว่างหลักจากอาหารมื้อแรกตอนบ่ายสามจากฝีมือ “อาจู” ชายแก่ผู้ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งพ่อบ้านของที่นี่ ผู้ที่มักจะมีขนมหวานมาฝากภูตเสมอ ทุกครั้งที่เขาไป “ตลาด” ซึ่งด้วยปัญญาของมันไม่รู้ได้ว่า ตลาดเป็นสถานที่แบบไหน แต่จากคำบอกเล่าของอาจูบวกจินตนาการ
ตลาดคือสถานที่ใหญ่โต เต็มเปี่ยมไปด้วยอาหาร ขนมหวานและผู้คนรวมถึงผู้หญิงที่ซาตานบอกเสมอว่าน่าเกลียด อ่อนหวานจนน่าขยะแขยง เนื้อตัวนิ่มเละและเฟะฟะ ส่วนใหญ่จะผิวนวลเนียนละเลี่ยน พูดจาเนิบนาบหรือแฝงจริตมารยา ซึ่งเด็กอย่างมันต้องระวังและอยู่ให้ห่างผู้หญิง นั่นคืออีกหนึ่งสำนึกจากคำสั่งสอนของซาตาน
“อาจู ที่ตลาดมีขนมเยอะไหม” เด็กชายตาลุกวาวเมื่อแกะห่อกระทงใบตองแล้วเจอขนมชั้นสีสวย เขียวแดงขาวเรียงเป็นชั้นผิวตาม จนน้ำลายไหล
“เยอะ คนก็เยอะ ถามทำไมอยากไปเหรอ” ชายชรายังคงก้มหน้าก้มตาหั่นผักอย่างชำนาญ
“ฮื่อ….ไม่หรอก ป้าบอกที่นั่นมีผู้หญิงด้วย ภูตกลัวผู้หญิง ผู้หญิงน่าเกลียดมากใช่มั้ย อาจู” เด็กน้อยกัดขนมชั้นคำโตเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย อาจูหยุดชะงักกับคำพูดอันไร้เดียงสาของเด็กชาย หันมองเด็กชายด้วยแววตาที่สุดจะบรรยาย ก่อนจะนิ่งเงียบและก้มหน้าก้มตากับงานที่ค้างอยู่ ปล่อยให้เด็กชายจัดการกับขนมหวานต่อไป
“ป๋า” คือคำที่มันจำมาจากเด็กหนุ่มทุกคนที่นี้ ใช้เรียกขานซาตานผู้ทรงอำนาจของที่นี่ แต่กับมันแล้วซาตานคือทุกอย่าง คือแหล่งรวบรวมความรู้ คือครูผู้ตอบข้อสงสัย คือคนที่ทำให้ชีวิตของเด็กชายดำรงอยู่และดำเนินต่อไป ยามเด็กนั้นซาตานมักจะมีข้อสงสัยกับวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้าง ทั้งแสงสีและเสียงหัวร่อต่อกระซิกของเหล่าบรรดาผู้ชายมากมายหลายหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นชายแก่ที่เข้ามาหาความสำราญจากเด็กหนุ่มๆ ที่นี่ แต่เมื่อมันเติบโตขึ้นมา มันก็เริ่มซึมซับเอาความเป็นจริงของสังคมของที่นี่อย่างไม่ยากเย็น และเห็นการร่วมประเวณีและอิตถีเพศการเสพความหฤหรรษ์วะหว่างชายกับชาย “ป๋า”
เพียรบอกเขาเสมอว่ามีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้ชายได้อย่างดีและทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุขสมอย่างเยี่ยมยอดที่สุด ไม่มีผู้หญิงคนใดสามารถให้ความสุขกับผู้ชายได้เติมเต็มเช่นผู้ชาย ดังนั้นความสุขในความเข้าใจของมันจึงเกี่ยวข้องกับการเสพ ตักตวงและปลดปล่อยความต้องการทางเพศ เพียงเท่านั้นเอง แต่มันก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและมีให้ เห็นอยู่นั้นมันเป็นความสุขที่สุด เพราะครั้งแรกหลังจากที่มันเติบใหญ่ มีวัยบริบูรณ์เต็มหนุ่ม ร่างกายทุกส่วนสัดของมันเต็มไปด้วยมัดกล้าม อย่างสวยงามสมวัย พร้อมกับสัดส่วนของความเป็นชายที่ดูจะใหญ่ล่ำกว่าเด็กหนุ่มทั้งหลายที่อยู่รายล้อมรอบตัวของมันทั้งหมด หน้าตาหมดจดงดงามอย่างประติมากรรมปูนปั้น ประเปรียวเหมือนกวางหนุ่ม ยืนตกเขาสง่า สายตาของ “ป๋า” ที่มองจ้องเรือนร่างสมบูรณ์ของมันอย่างพึงใจ ชายแก่เฝ้ารอคอยวันนี้มานานเนิ่น วันที่เด็กชายผู้เป็น เสมือนบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาจะเติบใหญ่ และกลายเป็นสินค้าชั้นดีชิ้นเยี่ยมสมกับวันเวลาที่เฝ้ารอคอย แล้ววันนั้นเป็นวันที่มันต้องทำงานเป็นครั้งแรก หลังการเจรจาต่อรองกับลูกค้าหลายราย ที่สุดมันก็ลงเอยที่ดาราหนุ่มใหญ่ผู้เพิ่งมาเยี่ยมเยียนเคหสถานของซาตานเป็นครั้งแรก เขาฉลาดพอที่จะเลือกผู้ชายที่จะมาเป็น “คนแรก” ของมัน จากองค์ประกอบหลายอย่าง ด้วยความหล่อเหลาอันน่าพึงใจสำหรับชายผู้นิยมเสพเพศรสจากเพศเดียวกัน และที่สำคัญคืออัตราการจ่ายค่าบริการที่ป๋าบอกว่า “ยาม” มันจึงถูกส่งตัวเข้าห้องและเริ่มต้นการเดิน ทางบนเส้นทางสายอาชีพที่มันรู้จักอยู่เพียงเส้นทางเดียว
คืนแรกของมันสร้างความเจ็บร้าวและปวดระบมไปทั้งทั่วเนื้อตัวและกระเบนเหน็บ แม้หนุ่มใหญ่จะปรานีและปลอบโยนมันอย่างอ่อนนุ่ม แต่การเสพสังวาสทางด้านหลังกับเด็กหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์ กอปรกับความโอฬารของเครื่องเคราผู้เสพก็สร้างรอยแผลกรีดลึกใน หัวใจของมันอย่างช่วยไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่มันรู้จักกับอาการของคนเป็นไข้ หลังจากครั้งนั้นกว่าหนึ่งอาทิตย์อาการของมันจึงหายเป็นปกติ ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า และต่อๆ มาเรื่อยๆ จนมันเริ่มชาชินและเรียนรู้ งาน อย่างรวดเร็ว เป็นสัญชาตญาณหรือพรสวรรค์ก็ไม่มีใครรู้แม้แต่ตัวมันเอง และอย่างไม่รู้ตัวมันได้กลายเป็น ตัวท่าเงิน ให้กับป่าอย่างเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับส่วนแบ่งเป็นเงินเล็กน้อยที่เขาหยิบยื่นให้มัน และตอนนี้มันเติบโตพอที่จะรู้ซึ้งถึงของเงินตราที่จะสามารถสร้างอำนาจให้กับมันได้ ดังนั้นมันจึงเร่งวัน เร่งคืนและรับแขกอย่างไม่เลือกหน้า ขอเพียงแต่จ่ายงามเท่านั้นมันก็ยินดีที่จะทำงาน อย่างไม่อิดเอื้อน ด้วยความกำยำแห่งวัย ทำให้มันสามารถคึกคะนองอยู่ได้ตลอดเวลา
จากวันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี ที่มันเข้ามาก้าวย่างบน เส้นทางอาชีพนี้ นับวันชื่อเสียงของมันก็ยิ่งขจรขจาย เป็นที่กล่าวขวัญของบรรดานักเที่ยวราตรีทั้งหลาย และพร้อมกับความเติบใหญ่และกำยำแห่งวัยของมันคือการร่วงโรยของสังขารชายแก่ นับวันริ้วรอยของวัยก็เห็นเด่นชัด พร้อมกับการรุมเร้าของโรคร้ายหลายอย่าง ซาตาน อ่อนแออย่างที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน เส้นผมทุกเส้นบนหัวเปลี่ยนเป็น สีขาวเงิน พร้อมกับหลังที่อุ้มงอและผิวหนังที่เหี่ยวย่นอย่างน่าเกลียด นัยน์ตาที่เคยดุดันและคนประดุจเหยี่ยว บัดนี้ฝ้าฟาง แต่สติสัมปชัญญะ ของ เขายังคงอยู่ครบถ้วน สิ่งเดียวที่เป็นเหมือนห่วงที่คอยเหนี่ยวรั้ง ดวงวิญญาณของชาดานไม่ให้หลุดลอยออกจากร่างและจมดิ่งสู่เบื้องค่า คือความกังวลใจ เพราะหลังจากร่างนี้ดับสูญแล้ว มันจะอยู่ต่อไปอย่างไร เพราะโลกทั้งโลกของมันคือเขา อาจเป็นความผิดพลาดของเขาที่ กักขังมันไว้ให้อยู่แต่ในโลกที่เขาสร้างขึ้นมาล้อมรอบ และล้อมกรอบทาง ความคิดของมันมาคลอดสิบแปดปี นับตั้งแต่เขาคุ้มมันมาจากอกของ หญิงสาวนางหนึ่งที่ไม่พร้อมจะดูแลมัน หญิงสาวที่เกิดความพลั้งพลาด จากความคึกคะนองตามประสาวัยรุ่น แลกกับเงินนิดหน่อยและชีวิตที่ จะกลับคืนสู่อิสรภาพ เธอแทบจะตัดสินใจในทันทีที่มีคนยื่นข้อเสนอให้ เขาโอบอุ้มพันด้วยสองมือพร้อมกับสบตาคู่เล็กกลมโต นับตั้งแต่นั้นชะตาทั้งของมันและเขาก็ผูกมัดเกี่ยวกระหวัดกันอย่างแยกไม่ออก
“ภูต บุตรชายของกู มึงจำไว้ วันหนึ่งเมื่อมีใครที่รักมั่นและจริงใจ เขาพร้อมที่จะพามึงออกไปจากมุมมืดนี้ สู่ชีวิตและโลกที่สดใสกว่า มึงจงรีบฉวยคว้าไว้อย่าได้รั้งรอ จำคำของกูไว้ เพราะกูคงอยู่ดูแลมึงได้อีกไม่นาน เวลาของกูใกล้เข้ามาแล้ว” เขาพูดขึ้นเมื่ออยู่เพียงลำพังกับมันสองคน พร้อมกับเอื้อมมือที่ผอมเกร็งและเหี่ยวย่นนั้นไปลูบเส้นผมที่เป็นประกายดำขลับของมัน มันรับคำเบาๆ แต่ก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ที่เป็นเหมือนบิดาสั่ง ก่อนที่มันจะเอื้อนเอ่ยถามคำถามใด มือผอมๆนั้น ก็ตกลงบนไหล่ของมัน พร้อมกับอาการสะดุ้งเฮือกชักสองสามครั้งของ
ชายแก่ เป็นครั้งแรกที่มันได้รู้จักกับความตาย นับตั้งแต่วันนั้นมันก็ไม่เคยเห็นเงาของซาตานอีกเลย มันไม่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของเขา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มันไม่เคยมีความรู้สึกอื่นใดกับซาตานเลย นอกจากความยำเกรงหวาดหวั่นและยอมจำนน แต่มันจำถ้อยคำสั่งสุดท้ายของซาตานได้ และเหมือนจะเป็นเพียงหนทางเดียวของชีวิตที่ เหลืออยู่ของมัน (อ่านต่อ EP2 ตอนจบ… )



