รักนี้มีให้เขาเพียงคนเดียว EP1
อากาศข้างนอกหนาวเหลือเกิน หนาวอย่างที่เรียกว่าเข้ากระดูกดำ… ธรรมดาแล้วมัน ก็อาจไม่หนาวหนาสาหัสนักสำหรับคนท้องถิ่น หรือแม้คนต่างถิ่นอย่างผมหากเขาจะมีเพื่อนมีครอบครัวและมีคนที่รักเขาอยู่ข้างกาย แต่สำหรับผมแล้ว มันหนาวจับจิตจับใจจริง ๆ มองไปทางไหนก็พบแต่ความว่างเปล่าของท้องถนน เมืองที่ผมอยู่เป็นเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดของประเทศฝรั่งเศส รถรามีไม่มากเท่าเมืองใหญ่… เมืองหลวงหรือเมืองอุตสาหกรรมที่มีแต่ความพลุกพล่านจอแจ ผมชอบความสงบของมัน ชอบวิถีชีวิตที่ราบเรียบเหมือนกระแสน้ำในแม่น้ำสองสายที่ไหลเอื่อยๆ คู่เคียงกันไปอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้… ผมชอบวันสุดสัปดาห์ที่ร้านรวงจะพากันปิดเงียบ เมืองสงบมีสภาพเหมือนเมืองร้าง เป็นบรรยากาศที่ผมไม่เคยเจอะเจอมาก่อนเลยชั่วชีวิต
ชั่วชีวิตที่รู้สึกว่า จะมีแต่ความว้าเหว่กัดกินใจ ทั้งที่มีครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้อง… แต่เป็นครอบครัวที่ออกจะขาดความอบอุ่นเพราะ ปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เป็นเช่นนั้น นอกเหนือจากการเกิดมาเป็นรักร่วมเพศ…
ผมอกหัก… ผิดหวัง หรือ เจ็บปวดจากชายที่ผมรัก เพราะผมไม่สามารถจะบอก ความรู้สึกจริง ๆ จากหัวใจของผมให้เขารู้ได้… ผมต้องซ่อนเร้น และเก็บกดจนหมดความสุขและก็เลยอดคิดอดสงสัยไม่ได้ว่า คนอย่างผม… ชาตินี้จะมีความสุข เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาบ้างไหม
แล้ววันของผมก็มาถึง… ผมได้พบคนที่มีใจตรงกัน และที่สุดเราก็รักกันแหละ… ฟังดูพิลึกที่จะพูดว่าได้เสียกัน… มีความรู้สึกเป็นผัวเป็นเมีย… เป็นเจ้าของ เป็นหุ้นส่วนชีวิต
เขาชื่อรังสิต.. อายุน้อยกว่าผมสองสามปี เขากับผมเหมือนกันหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดและตรงกันที่สุด ก็คือเราเป็นรักร่วมเพศ ที่ไม่แสดงออกด้วยกันทั้งคู่
ชีวิตรักของเราในระยะเริ่มตื่นเต้นและหอมหวาน เรารักกันทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังทั้งสองคน
ไม่เลือกกลางวันหรือกลางคืน… รังสิตจะเล้าโลมจนผมพร้อมหรือกว่าร้อย ก่อนที่ผมจะสอดใส่มันในเขา บนความเร่าร้อนรุนแรงด้วยกันทั้งสองคน… มันเป็นการร่วมรักที่เต็มไปด้วยรสชาติที่แสนประทับใจ เพราะเรามิได้ร่วมรักกันเพราะกามตัณหาเท่านั้น แต่เราทำอะไรต่ออะไรกับบนความรักที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมล้นหัวใจของเราทั้งสองดวง…
เรารักและหลงในรูปและรส ที่เรามีให้กัน…
แต่ชีวิตรักของเราไม่รู้จะราบรื่น… มันดอกจะรกเรื้อด้วยอุปสรรคขวากหนามเพราะบังเอิญรักของเรามันเป็นต้องห้ามที่ไม่สามารถจะเปิดเผยต่อสังคมได้เหมือนคู่ผัวตัว เมียคู่อื่น ๆ ที่เป็นหญิงเป็นชายทั่ว ๆ ไป
ก็เพราะอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้แหละที่ทำให้เรา กระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ ๆ ทั้งจากส่วนที่โหยหาใคร่จะได้อยู่ด้วยกัน และความหึงหวงที่คู่ของเราแอบปันใจให้ใคร อีกคนที่ไม่ใช่เรา…
ผมรู้ว่ามันห้ามไม่ให้เกิดยาก เพราะโดยธรรรมชาติที่อ่อนไหวของเรา ที่มีต่อรูปสัมผัสอย่างยิ่งแล้ว โอกาสที่เราจะเฉไฉก็ออกไปก็ออกจะเกิดมีให้ฉกฉวยบ่อย ๆ เพียงฝ่ายเสนอตัวเข้ามารู้วิถีของเราว่าเราเป็นอะไรเท่านั้นเอง…
“เป็นไง…ดีไหม” รังสิตถามมาลอยๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจ
“อะไรดี” ผมย้อนถามเขา ทั้งที่รู้เจตนา
“อ้าว…คืนนั้นไม่ได้กลับบ้านมิใช่หรือ..ได้ข่าวว่าไปนอนที่…”
“แล้วเป็นไง”
“อยากรู้ว่าใครจีบใคร..เธอจีบเขาหรือเขาจีบเธอ”
“จะอยากรู้ไปทำไม…ไม่เห็นสำคัญ”
“เอากันไปกี่ทีแล้ว”
ผมมองหน้าเขาอย่างหมั่นไส้.. ผมรู้ว่าลับหลังผม เขาก็แอบไปนอนกับชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งทำงานที่เดียวกับเขาเอง…
“แล้วเธอล่ะคนทำงานที่เดียวกันแท้ ๆ… แถมแฟนฉันก็เป็นเพื่อนตัวเองยังไปเอากับมันได้”
“ใคร”
“ก็จะใคร ไม่รู้จักไอ้นุเหรอ…”
เขายิ้มแหย ๆ เพราะนึกไม่ถึงว่าผมจะรู้
คืนนั้นเราไม่ได้นอนด้วยกัน เพราะไม่มีโอกาส และเราต่างก็อารมณ์ไม่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย
“ว่าไงบอกได้หรือยังว่า ยิ้มกันไปกี่ทีแล้ว”
เขาถามวันรุ่งขึ้นเมื่อเราเจอกัน และเห็นว่าอารมณ์ดีขึ้นมามากแล้ว
“หลายที”
ก็…มันจริง…เขาคนนั้นชอบผมและเสนอตัวมาให้ผม ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนจะได้ปฏิเสธ… ที่สำคัญที่ไม่ปฏิเสธเพราะผมเองก็ชอบเขาอยู่ไม่น้อย
เขาหึงผม..
“รู้สึกว่าจะเสน่ห์แรงนะ… เจ๊ กลากไปไทยลากมา”
ผมหัวเราะเขาในคำกระแหนะกระแหนของเขา…ระยะหลัง ๆ เขาก็ไปกับคนอื่นบ่อย ๆ บ่อยจนผมจับได้โดยที่เขาไม่ได้บอก หรือมีใครบอกผมล่วงหน้า
ผมรู้ตอนที่ผมเอาเขานั้นแหละ ทุกครั้งมันต้องพึ่งเจล แต่มีบางครั้งที่ผมแต่ลองดันดูเฉย ๆ หรือลองทำเล่น ๆ มันก็พลุยเข้าไปง่าย ๆ นั่นแสดงว่าเขาผ่านการถูกล่วงล้ำมา ไม่น้อย ไม่น้อยกว่าสี่ห้าครั้งแน่นอน…
ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที… จับสะโพกเขาไว้กระชับก่อนที่จะถอยห่างออกมาแล้วกระแทกแรง จนเขาสะเทือนไปทั้งตัว…
“โอ๊ย…..ตายแล้วเธอ…ทำไมทำแรงอย่างนั้นล่ะ… พอดีตะโพกคราก… ฉีกขาดเสียหายหมด”
“ดีให้… มันพังยับเยินไปเลย… มีคาอยู่อันแล้วยังเที่ยวได้ร่อนไปคว้าของใครมาอีกก็ไม่รู้…ถามจริง ๆว่า ไป…ไปให้ใครเขาเอามา”
“บ้าแล้วเธอ…อยู่ ๆ ก็กล่าวหาสุ่มสี่สุ่มห้า”
“กล่าวหาเหรอ… หลวมเป็นปากตุ่มอย่างนี้น่ะเหรอ”
เขาไม่ตอบ… ใบหน้าที่แนบอยู่กับหมอนนิ่งสนิทเหมือนไม่รู้สึกรู้สา….
ผมทำต่อ… ก็ต่อจนผมบรรลุจุดของผมนั่นแหละ ก่อนจะชักออกแล้วเหยียดกายลงนอนข้าง ๆ ตัวเขา
เขาพลิกกายมาหาผม โอบกอดและจูบที่หัวไหล่ก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วคว้า อุปกรณ์ทำความสะอาดส่วนนั้นให้ผมจนสะอาดสะอ้าน เหมือนเดิม…
แล้วเขาก็ปลูกเร้าผมในอึดใจต่อมา จนผมเกิดอารมณ์กับเขาอีกครั้งหนึ่ง ลืมความขุ่นข้องหมองใจที่เขาแอบมีคนอื่นลับหลังผมเหมือนมันมิได้เคยผ่านเข้ามาในความคิดของผมอย่างไรอย่างนั้น
บอกแล้วว่าเรามีใจตรงกันหลากอย่าง แม้การเดินทางมาใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสนี้ด้วย…
ข้อเสียอย่างหนึ่งของเราทั้งที่รักกันมากก็เห็นจะเป็น ที่เราทำใจให้กว้างไม่ได้เมื่อคนของเราแอบไปปันใจให้ใครอื่น…
“เราแยกกันอยู่สักพักคงจะดี… เพื่อที่จะไม่ต้องทะเลาะกันบ่อย ๆ”
เขาว่า
“เอางั้นหรอ…”
“ก็ยังงี้แหละบอกตรง ๆ ว่าเบื่อ… เบื่อจริง ๆ ต่างคนต่างอยู่สักพักอะไร ๆ อาจจะดีขึ้น”
ช่วงต่อมาก็คือ เราต่างคนต่างอยู่ และต่างคนก็ต่างมีคู่ใหม่ของตัวเอง… แล้ววันดีคืนดี เขาก็โทรศัพท์มาหาผม…
“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นี่… เราเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”
เขาพูดอย่างนี้… แล้วผมก็กลับมาหาเขาทุกที
เรื่องราวของเราก็คงเหมือนเกย์ทุกคู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์วุ่นวาย… ชีวิตที่สับสน… ความสุขสมหวัง และความทุกข์เทวษปิ่มว่าจะเอาชีวิตไม่รอด และก็แปลกที่เราก็สามารถที่จะผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ เหล่านั้นมาได้อย่างที่คิดไม่ถึงว่าเราจะคงประคองตัวเราให้อยู่รอดมาได้…
ห้องเช่าของเราเงียบ… มีแต่เสียงเพลงจากห้องข้าง ๆ ซึ่งเป็นห้องเช่าเหมือนกันดังแผ่ว ๆ ชำแรกความเย็นของอากาศยามย่ำค่ำมาพอได้ยิน… ความมืดสลัวปกคลุมไปทั่ว… รังสิตหายออกไปอีกแล้ว
เมื่อแรกที่เรามาถึงฝรั่งเศสด้วยกัน และเลือกที่จะออกมาอยู่ยังเมืองเล็ก ๆ เพราะไม่สามารถสู้ค่าใช้จ่ายที่แพงลิบลิ่วที่ปารีสได้ เราเลือกมาลียองเพราะได้ยิน กิตติศัพท์จากเพื่อน ๆ คนไทยที่เคยได้รับทุนรัฐบาลฝรั่งเศสมาดูงาน โดยผู้ได้ทุนจะถูกส่งให้มาเรียนภาษาฝรั่งเศสที่นี่ระยะหนึ่ง แล้วจึงจะได้กลับปารีสเพื่อดูงานที่ตน ได้รับทุนต่อไป…
ด้วยค่าครองชีพที่แตกต่างกันมาก และเราต่างก็ต้องการประสบการณ์ชีวิต ด้วยเหตุนี้เขาจึงเลือกที่นี่ หางานรับจ้างทำเท่าที่หาได้ ตักตวงประสบการณ์ที่เราต้องการให้มากที่สุด (อ่านต่อ EP2 ตอนจบ..)






