วันวานไม่หวานแหวว EP2 (ตอนจบ…)
โดย ภูวดล ณ ลำปาง
“ผมเลวต่อพี่มาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ดีต่อผมมาก ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ผมรู้ตัวตลอดเวลาว่าผมไม่ได้รักพี่อย่างผู้ชายที่มีความรักให้ผู้หญิง ผมรักพี่อย่าง เพื่อนแท้ๆ ผมบูชาความดีที่พี่มีให้กับผม พี่ดีเกินไปสำหรับผม ผมเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด หวังว่าพี่คงเข้าใจและให้อภัย”
น้ำเสียงทุ้มและหนักแน่นเงียบไปนานแล้ว แต่สายตาวิงวอนลุแก่โทษยังจับจ้องใช้หน้าเศร้าหมองของเพชรรัตน์ ที่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน แต่มันย้อน ไหลกลับอาบหัวใจจนท่วมท้น นานแสนนานกว่าคำพูดจะหลุดออกมาได้
“เธอรักพี่อย่างเพื่อน แต่เธอก็นอนกับพี่ได้พี่เชื่อว่าเธอมีความสุขเมื่อนอน กับพี่…จริงของเธอ พี่คงเป็นได้แค่เพื่อน ไม่ใช่ภรรยาเป็นแค่เพื่อนนอนบำบัดความ ใคร่เท่านั้นเอง แต่สำหรับพี่แล้ว ถ้าจะรักใครสักคนหนึ่ง พี่ก็จะรักอยู่เช่นนั้น พี่อาจจะ เป็นคนที่ผ่านมาในชีวิตเธอ แต่เธอก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่พี่รัก และจะรักจนกว่าจะตาย ไม่มีอะไรตอบแทนทั้งสิ้น พี่รักเธอที่ใจไม่ใช่รูปร่าง เข้าใจมั้ย” ความเงียบเข้ามาครอบงำอีกครั้ง จนนพพรเอ่ยขึ้น
“ผมเข้าใจพี่ แต่ผมทำใจรักพี่แบบที่พี่รักผมไม่ได้ จนกระทั่งผมพบคุณเดือน ผมถึงได้รู้ใจตัวผมเอง… ระหว่างพี่กับผม เราไม่คู่ควรกัน ผมต้องการคนที่เหมาะสมไปกันได้ในสังคมนี้”
“ได้โปรดเถอะ อย่าทำร้ายหัวใจพี่ด้วยการพูดถึงผู้หญิงของเธอเลย นึกว่าสงสารพี่เถอะ” พชรรัตน์วิงวอนเสียงสั้นแหบพร่า บีบสัมผัสมือนพพรกระชับมั่น
“ผมหวังว่าพี่คงให้อภัย และไม่พยายามทำลายความสุขของผม และให้อิสระผมตลอดไป ผมไม่ต้องการให้ภรรยาผมรู้เรื่องราวระหว่างผมกับพี่”
“พี่ให้สัญญา ขอให้มั่นใจได้ ภรรยาของเธอจะไม่รู้เรื่องราวของเราทั้งสอง ขอให้เธอมีความสุขในชีวิตรักก็แล้วกัน”
เขาส่งยิ้มที่จริงใจให้กับนพพร ซึมซับเอาความชอกช้ำผิดหวังจนเต็มเปี่ยมไว้ในหัวใจ ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียดาย ในสิ่งหวงแหนออกมาให้เห็น
“ขอบคุณที่พี่เข้าใจผม พี่ดีเกินไปสำหรับผมเสมอ”
ลมเริ่มพัดแรง แดดอ่อนลง เพชรรัตน์ยังคงจับตาอยู่ที่ทะเลอันไพศาลอยู่เช่นเดิม
“ตอนที่เรามาพักกันที่นี่เป็นครั้งแรก เธอยังจำได้ไหมนพพร” เสียงเขาหวั่นไหวเลื่อน ลอยไปกับความทรงจำแต่กาลก่อน
“จำได้ครับพี่”
“คืนนั้นมีฝนหลงฤดูจนเธอบอกว่าหมดสนุก แต่พอฝนหาย พี่เปิดหน้าต่างให้ดูทะเลคืนนั้น เธอจำได้ไหม พระจันทร์เต็มดวงที่ลอยอ้างว้าง อยู่เหนือทะเลหลังฝน เธอมองเหมือนถูกสะกดอยู่ตั้งนาน พี่ยังจำได้ว่าเธอกระซิบแผ่วๆ แทบไม่ได้ยิน แล้วโอบกอดพี่ด้วยความหนาวสะท้าน”
“พี่จำแม่นจัง”
นพพรตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ เลื่อนลอยตามไปด้วยก่อนพูดต่อ
“ตอนนั้น ผมกับพี่ยืนอิงแอบแนบกันชมจันทร์กันอยู่ค่อนคืน ทะเลสว่างไสว น้ำค้างแรงผมชวนพี่เข้านอน” เพชรรัตน์หันมามองหน้านพ อย่างพรอย่างพินิจ ก่อนพึมพำคล้ายละเมอ
“เธอจำแสงจันทร์คืนนั้นได้ไหม ที่สาดเข้ามาทางหน้าต่างกระทบร่างสองเรา เธอบอกว่ามันสวยซึ้งเหมือนความฝัน เธอจูบพี่ที่เรือนผม หน้าผาก แก้ม ปาก ตามใจรักปรารถนา เธอกระซิบบอกพี่ว่า ผมจะไม่ลืมความสุขในคืนนี้ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ”
นพพรนิ่งเงียบงัน ประหนึ่งภาพความหลังยังแจ่มชัด เจิดจ้าอยู่ในความทรงจำ
“มันนานเหลือเกินพี่”
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากนิดหนึ่ง
“แต่พี่ไม่เคยลืมเรื่องราวระหว่างเรา ตั้งแต่เริ่มพบกัน รักกัน ร่วมชีวิตกันมา…แต่ น่าเสียดาย…”
เพชรรัตน์หยุดพูดถอนใจยาว มองสบตานพพรที่จับตามองเขาอยู่แล้ว รอยยิ้มของนพพรอ่อนโยนยิ่งนัก
“เธอเสียสายภาพเก่าๆ ของเราบ้างไหม”
นพพรสบตาเขา… ลมแรงคลื่นสาดกระเซ็นขึ้นมาเปียกขา ทั้งคู่ต้องงอเข่าขึ้นมาแล้วโน้มตัวกอดไว้ สายตายังคงเหม่อมองไปยังท้องทะเลยามเย็น สายลมรุนแรงจนคลื่นกระเซ็นมากขึ้นทุกที
“กลับกันเถอะนพพร”
เพชรรัตน์ถอนหายใจยาว เมื่อช่วงเวลาใกล้จากกันมาถึง
“ใกล้ค่ำแล้ว”
“ครับพี่”
นพพรยิ้มให้ลุกขึ้น ส่งมือให้เพชรรัตน์เกาะกุมเพชรรัตน์ตระหนักว่ามือของเขาที่ สัมผัสยังคงให้ความอบอุ่น แม้จะเยือกเย็น แล้วลุกตาม
“แยกกันตรงนี้หรือพี่”
“ฮือ…นพพร แต่เรายังมีโอกาสพบกันอีกไหม”
เสียงเพชรรัตน์วู่หวิวในสายลม แววตาบ่งบอกถึงการหักห้ามหัวใจ ด้วยใจอาวรณ์ฉายชัด
แม้พยายามตัดรอน…
“บางทีครับ…บางทีพี่”
“ใช่ บางทีลาก่อนแพ ป่านนี้ภรรยาเธอคงจะรอ”
เพชรรัตน์หันหลังกลับ ไม่ยอมปล่อยน้ำตาพร่างพรูให้นพพรเห็น ก้าวเท้าเดินออกไปอย่างมั่นคง
“ลาก่อนครับพี่”
เสียงนพพรตะโกนบอกตามหลัง แล้วเดินแยกไปคนละทาง
ดวงอาทิตย์กลมโตแสงเจิดจ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีหมากลูกในเวลาอันรวดเร็ว แล้วค่อยๆ หย่อนดวงลงทางทิศตะวันตกของเกาะอย่างแช่มช้า… แต่แช่มช้าในสายตาของผู้คนที่เฝ้ามอง
เรือโดยสารเที่ยวสุดท้าย เริ่มเคลื่อนออกจากท่า พร้อมการกลับมาของนกนางนวล ฝูงใหญ่ที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้น้ำทะเลด้านท้ายเรือเกิดฟองฟูขึ้นมาอีกครั้ง ไม่นานนัก เกาะเสม็ดก็เหลือแต่แผ่นดินกลางทะเลเล็กๆ ที่แสนจะโดดเดี่ยวอ้างว้าง เมื่อเรือใกล้ฝั่งหาดบ้านเพเข้าไปทุกขณะ ลาก่อนเกาะเสม็ด…..
ลาก่อนนพพร ชายอันเคยเป็นที่รัก…
ขอลาชั่วนิรันดร์…





